MC Banner
นักลงทุนสัมพันธ์
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
 

คณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลในการดำเนินธุรกิจ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อีกทั้งแสดงถึงความโปร่งใส และจริยธรรมในการดำเนินงาน มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และจริยธรรมธุรกิจของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท เพื่อเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่า และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทต่อไป โดยคณะกรรมการจะทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจทุกปี เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจ สภาพแวดล้อม สถานการณ์หรือกฎหมาย

บริษัทได้เผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานที่ดีของพนักงานทุกระดับชั้น รวมถึงเพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย นักลงทุน และผู้สนใจอื่นๆ และเพื่อเป็นการกำหนดและเปิดเผยแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตาม จริยธรรมธุรกิจ บริษัทได้กำหนดให้พนักงานทุกคนเซ็นรับทราบถึงจริยธรรมธุรกิจในการปฐมนิเทศก่อนการเริ่มทำงาน ทั้งนี้ จะมีการติดตามการปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจผ่านกระบวนการตรวจสอบภายในของบริษัทอีกด้วย

ผลคะแนนจากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ในปี 2559 ปรากฏว่าบริษัทได้คะแนนเฉลี่ยของทั้ง 5 หมวด เป็นคะแนน 87 ซึ่งมากกว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของ SETr100 Index (86 คะแนน)

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทได้นำนโยบายปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practices for Directors of Listed Company) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2555 (The Principles of Good Corporate Governance For Listed Companies, 2012) ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยแบ่งเป็น 5 หมวด โดยในปี 2559 บริษัทได้มีการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ดังนี้

หมวดที่ 1: สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกราย โดยจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิด หรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมทั้งจะส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน

ในปี 2559 บริษัทดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • มีโครงสร้างระหว่างบริษัท บริษัทย่อย บริษัทร่วม ที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีผู้ถือหุ้นร่วมและไม่มีผู้ถือหุ้นไขว้ และไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิดในกลุ่มของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าได้รับผลตอบแทนครบถ้วน
  • บริษัทจัดให้มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นทุกรายไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ ให้ได้รับสิทธิพื้นฐาน และการปฏิบัติในการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และละเว้นการกระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นทุกประเภท ได้แก่ สิทธิในการซื้อขาย หรือโอนหุ้น สิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจน สิทธิในการเข้าร่วมประชุม และลงมติอนุมัติการเข้าทำรายการที่สำคัญ สิทธิในการแต่งตั้ง หรือถอดถอนกรรมการบริษัท       สิทธิในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท สิทธิในการแต่งตั้ง หรือถอดถอนผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชี สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไร สิทธิในการเข้าร่วมตัดสินใจและรับทราบถึงผลการตัดสินใจของบริษัท ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท
  • บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้า อย่างน้อย 7 วัน (หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด) โดยหนังสือเชิญประชุมจะมีรายละเอียดระเบียบวาระการประชุม เอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ พร้อมความเห็นของคณะกรรมการบริษัท หนังสือมอบฉันทะตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด รายชื่อของกรรมการอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ แผนที่แสดงสถานที่ประชุม และรายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุมด้วย เพื่อรักษาสิทธิในการเข้าประชุมและการลงคะแนนเสียง และเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นยังสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบวาระการประชุมของบริษัทแต่ละครั้งได้ทางเว็บไซต์ของบริษัท www.mcgroupnet.com
  • เผยแพร่สารสนเทศ รายละเอียดการใช้สิทธิในเรื่องต่างๆ ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัท โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมกันในการรับรู้ข่าวสาร ระยะเวลาการใช้สิทธิ และความสะดวกในการใช้สิทธิดังกล่าว โดยไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงสารสนเทศของบริษัท หรือปิดกั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน
  • กรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัท เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้
  • ในการประชุมผู้ถือหุ้นแต่ละครั้ง ประธานที่ประชุม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะชี้แจงเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม รวมถึงขั้นตอนการออกเสียงลงมติ และจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ
  • ในระหว่างการประชุม ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ในการซักถาม แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อตอบคำถามในที่ประชุม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้ถือหุ้นเพื่อที่จะนำไปพิจารณา หรือดำเนินการตามสมควรต่อไป และเมื่อการประชุมแล้วเสร็จ บริษัท จะจัดทำรายงานการประชุมอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ภายใน 14 วันนับจากวันประชุม แล้วนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด และเผยแพร่รายงานการประชุมทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้
หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัท จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยมีหลักการดังนี้

  • บริษัทมีนโยบายและมีการปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาและโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้น โดยมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่มีสาระสำคัญอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงจัดให้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สอบถามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ผ่านเว็บไซต์บริษัท หรือการเปิดเผยข้อมูลบริษัทไปยังตลาดหลักทรัพย์อย่างครบถ้วน เป็นต้น
  • บริษัทมีนโยบายและวิธีการดูแลกรรมการและผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559

บริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยนำหลักการที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ตั้งแต่ก่อนการประชุม วันประชุม และหลังการประชุม สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 จัดขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2559 เวลา 14.00 น. ห้องประชุมสุวรรณภูมิ แกรนด์บอลรูม โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เลขที่ 999 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถใช้บริการขนส่งมวลชนได้หลายรูปแบบในการเดินทางมาประชุม

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะรวมจำนวน 573 ราย คิดเป็น 84.56% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มีกรรมการบริษัทเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 8 ท่าน คิดเป็น 100% โดยประธานกรรมการ กรรมการบริษัท ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง เลขานุการบริษัท และผู้สอบบัญชี เข้าร่วมประชุมอย่างครบถ้วนพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ รายละเอียดการดำเนินการประชุม มีดังนี้

ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทจัดทำหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2559 ล่วงหน้าก่อนวันประชุม 30 วัน และจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม 21 วัน เพื่อให้      ผู้ถือหุ้นได้รับเอกสารล่วงหน้าก่อนวันประชุมและมีเวลาศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุมอย่างเพียงพอ
  • ในหนังสือเชิญประชุม บริษัทมีการระบุข้อเท็จจริงและเหตุผล และความเห็นของคณะกรรมการบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วนและเพียงพอ โดยวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประกอบด้วย
    1. ในวาระแต่งตั้งกรรมการ ได้ระบุชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้ง จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยแยกเป็นหัวข้อบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมา และวันที่ เดือนและปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัท
    2. วาระการพิจารณาค่าตอบแทน มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย จำนวนเงินและรูปแบบค่าตอบแทนแยกตามตำแหน่งและภาระหน้าที่ของกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาค่าตอบแทน โดยให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด
    3. วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี ความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี การพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี โดยแสดงค่าสอบบัญชีแยกจากค่าบริการอื่น
    4. วาระการจ่ายเงินปันผล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการจ่ายเงินปันผล จำนวนเงินที่ขออนุมัติ เปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่จ่ายในปีก่อน
  • ไม่มีการแจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน รวมทั้งไม่เพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
  • อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยการจัดส่งหนังสือมอบฉันทะทุกแบบตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ พร้อมรายละเอียดวิธีการมอบฉันทะในการประชุมผู้ถือหุ้นไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะได้จากเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ ได้เปิดเผยรายชื่อพร้อมประวัติของกรรมการอิสระให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกเป็นผู้รับมอบฉันทะไว้ด้วย

วันประชุมผู้ถือหุ้น

  • กำหนดให้มีระยะเวลาการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมง โดยได้นำระบบคอมพิวเตอร์และบาร์โค้ดมาใช้ในการลงทะเบียนและตรวจนับคะแนน เพื่อความถูกต้อง รวดเร็ว และเชื่อถือได้ของข้อมูล โดยผู้ถือหุ้นสถาบันสามารถส่งหนังสือมอบฉันทะมาลงทะเบียนได้ก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันมิให้เริ่มประชุมผู้ถือหุ้นล่าช้าอันเกิดมาจากการลงทะเบียนเข้าประชุมล่าช้า
  • กำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง
  • ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้ชี้แจงวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนให้ผู้ถือหุ้นในที่ประชุมรับทราบ
  • บริษัทใช้บัตรลงคะแนนมาในการลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยจัดทำบัตรลงคะแนนแยกตามวาระแต่ละวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร โดยเฉพาะในวาระเลือกตั้งกรรมการ ได้ให้มีการเลือกกรรมการรายบุคคล  และเก็บบัตรลงคะแนนทุกประเภทสำหรับวาระเลือกตั้งกรรมการ (ทั้งกรณีเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง)
  • ในการสรุปผลการนับคะแนนเสียงแต่ละวาระ จะมีการแสดงผลคะแนนให้ผู้ถือหุ้นในที่ประชุมรับทราบทุกวาระตามลำดับ
  • ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องและโปร่งใส ตามข้อกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท และมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ

หลังการประชุมผู้ถือหุ้น

  • นำส่งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันประชุม ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมรับทราบในทันที
  • จัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและนำส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมตามกำหนด และได้เผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทางเว็บไซต์ของบริษัทพร้อมกันด้วย
  • ในปี 2559 บริษัทได้รับคะแนนประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น 99 คะแนน ภายใต้โครงการประเมินคุณภาพ AGM ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียน โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินคุณภาพครอบคลุมขั้นตอนต่างๆ ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ก่อนวันประชุม วันประชุม และภายหลังวันประชุม
หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายโดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป็นนโยบาย และบทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสียไว้อย่างชัดเจนใน “จริยธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย” มีรายละเอียดการดำเนินงานดังนี้

ผู้ถือหุ้น

บริษัทมุ่งมั่นจะดำเนินธุรกิจของบริษัทให้มีผลประกอบการที่ดีและมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและมั่นคง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาวด้วยผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน รวมทั้งเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลอย่างเท่าเทียม โปร่งใส เชื่อถือได้ต่อผู้ถือหุ้น

พนักงาน

พนักงานเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดและเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของบริษัท บริษัทจึงดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเป็นธรรม เหมาะสม และเป็นไปตามมาตรฐานสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนตามนโยบายของบริษัทอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการไม่เลือกปฏิบัติกับพนักงาน การกำหนดผลตอบแทนตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม หรือ การแต่งตั้ง โยกย้ายบนพื้นฐานของคุณธรรม อีกทั้งได้มุ่งพัฒนาเสริมสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงานที่ดี ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ ให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชนของพนักงาน และการใช้ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท

บริษัทมีความรับผิดชอบในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานอย่างเคร่งครัด

บริษัทเคารพในสิทธิมนุษยชนและความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ไม่นำข้อมูลส่วนตัว เช่น เงินเดือน ประวัติการรักษาพยาบาล ครอบครัว ไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องตามบทบังคับของกฎหมาย

ลูกค้า

บริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า ตลอดจนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ ความสำเร็จของธุรกิจบริษัท โดยปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความจริงใจและสุภาพอ่อนน้อม และมีเจตจำนงที่จะแสวงหาวิธีการที่จะสนองความต้องการของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดเป็นนโยบายและข้อปฏิบัติไว้อย่างจัดเจนในจริยธรรมธุรกิจ เช่น การผลิตและส่งมอบสินค้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพและได้มาตรฐานตรงตามข้อตกลงกับลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม ให้ข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันเหตุการณ์ มีระบบการจัดการเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตรการรักษาความลับของลูกค้าและไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ มีระบบ/กระบวนการ ที่ให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ เป็นต้น

คู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้หรือลูกหนี้

บริษัทมีนโยบายที่จะให้การปฏิบัติต่อคู่ค้า รวมถึงเจ้าหนี้ อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง รวมทั้งยึดมั่นในข้อสัญญาและถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้เป็นสำคัญ ในการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และการดูแลหลักประกันต่างๆ

การดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าใดๆ ต้องไม่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท หรือขัดต่อกฎหมายใดๆ มีการคำนึงถึงความเสมอภาคในการดำเนินธุรกิจและผลประโยชน์ร่วมกันกับคู่ค้า การคัดเลือกคู่ค้าต้องทำอย่างยุติธรรม ทั้งนี้บริษัท ถือว่าคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการร่วมสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า

คู่แข่งทางการค้า

บริษัทมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมถึงการกำหนดแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับ หรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่แข่งทางการค้า ด้วยวิธีฉ้อฉล ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อจริยธรรม

สังคมส่วนรวม

บริษัทในฐานะเป็นบริษัทไทย ตระหนักและมีจิตสำนึกในบุญคุณของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งต้องรับผิดชอบช่วยเหลือสังคม สนับสนุนกิจกรรมของท้องถิ่นที่บริษัท มีการดำเนินธุรกิจ

ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานของบริษัท บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และพยายามยกระดับการปฏิบัติให้มีมาตรฐานสูงกว่ากฎหมายกำหนด ตลอดจนดูแลป้องกันมิให้การดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคม ทั้งในส่วนของการพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมด้านการศึกษา การประหยัดพลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญให้เป็นประโยชน์กับสังคม เช่น โครงการฝึกสอนการเย็บผ้า เป็นต้น

บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยมีการกำหนดนโยบายการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทและมีการตรวจสอบการใช้โปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการทำงานของพนักงานอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการใช้โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการละเมิด หรือ ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากผู้อื่นด้วยเช่นกัน

อีกทั้ง บริษัทมีนโยบายผลิตสินค้าและให้บริการใดๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมส่งเสริมกิจกรรมการดูแลรักษาธรรมชาติและอนุรักษ์พลังงาน และมีนโยบายที่จะคัดเลือกและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถดูรายละเอียดการดำเนินงานได้ในหัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการประกาศใช้นโยบายรับเรื่องร้องเรียน เพื่อให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สามารถสอบถามรายละเอียด แจ้งข้อร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทางกฎหมาย ความถูกต้องของรายงานทางการเงิน การถูกละเมิดสิทธิ ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการผิดจริยธรรมธุรกิจของบริษัทผ่านกรรมการตรวจสอบของบริษัทได้ ทั้งนี้ ข้อมูลการร้องเรียน หรือ แจ้งเบาะแส และข้อมูลของผู้ร้องเรียน จะได้รับการคุ้มครองและเก็บไว้เป็นความลับตามมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน โดยกรรมการตรวจสอบจะดำเนินการสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปรายละเอียดของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข (ถ้ามี) และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ แก้ไขเยียวยา หรือดำเนินการอื่นใดต่อไป โดยช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน มีดังนี้

•จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ auditcommittee@mcgroupnet.com
•จดหมายทางไปรษณีย์ ประธานกรรมการตรวจสอบ หรือ ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายใน
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ลขที่ 448,450 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ 02-329-1051-6
โทรสาร 02-727-7287
ทั้งนี้ ในปี 2559 ไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียน หรือ แจ้งเบาะแสจากผู้มีส่วนได้เสีย
หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ตรงเวลา และได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งรายงานทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจน    ข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์และมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.mcgroupnet.com

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินรวมของบริษัท ตลอดจนสารสนเทศที่เสนอต่อผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี ดูแลคุณภาพของรายงานทางการเงินรวมทั้งงบการเงินรวมของบริษัท ให้มีการจัดทำงบตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีที่เชื่อถือได้ และมีความเป็นอิสระ ดูแลให้บริษัทเลือกใช้นโยบายบัญชีอย่างเหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จัดการดูแลให้รายงานทางการเงินรวมของบริษัทมีความถูกต้อง ครบถ้วนเป็นจริง และมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพียงพอครบถ้วนและเชื่อถือได้

นอกจากนี้คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่ในการสอบทานรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง ครบถ้วนและเชื่อถือได้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใสและทันเวลาตามข้อกำหนดของการเป็นบริษัทจดทะเบียน สอบทานระบบควบคุมภายในเพื่อให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพิจารณาปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบก็ยังมีการสอบทานพิจารณารายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ถึงความเหมาะสมและสมเหตุสมผล ก่อนที่จะนำเสนอให้กับทางคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป

ในปี 2559 บริษัทได้จัดทำคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (Management Discussion and Analysis หรือ MD&A) เพื่อประกอบการเปิดเผยงบการเงินทุกไตรมาส เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละไตรมาสได้ดียิ่งขึ้นนอกเหนือจากข้อมูลตัวเลขในงบการเงินเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ บริษัทจัดให้มีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชี และเปิดเผยค่าสอบบัญชีและค่าบริการอื่นที่ผู้สอบบัญชีให้บริการไว้ในรายงานประจำปีอีกด้วย

ในส่วนของงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทได้จัดตั้งหน่วยงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงรายงานการปฏิบัติงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสและเท่าเทียม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่ไม่เท่าเทียมกันซึ่งอาจจะนำไปสู่การใช้ข้อมูลภายในหรือการสร้างราคาหลักทรัพย์ บริษัทได้กำหนดให้มีระยะเวลางดให้ข้อมูล (Quiet Period) เป็นเวลา 15 วันก่อนวันประกาศผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ประกาศผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประกาศระยะเวลางดให้ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทภายใต้หัวข้อปฏิทินนักลงทุน (IR Calendar) สำหรับในรอบปีนี้งานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ที่ได้ดำเนินการ สรุปได้ดังนี้

  1. การต้อนรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ที่ขอพบ (Company Visit) หรือผ่านทางโทรศัพท์ (Conference Call) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 96 ครั้ง
  2. การเข้าร่วมประชุมนักลงทุนที่จัดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหมด 7ครั้ง ได้แก่
    • Investor Conference และ Road Show ในประเทศ จำนวน 3 ครั้ง
    • Investor Conference และ Road Show ต่างประเทศ จำนวน 4 ครั้ง
  3. การเข้าร่วมงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประจำทุกไตรมาส
  4. การจัดประชุมนักนักลงทุนและนักวิเคราะห์ (Investor Meeting) จำนวน 1 ครั้ง
  5. การจัดงานเยี่ยมชมกิจการ (Site Visit) สำหรับนักลงทุน จำนวน 6 ครั้ง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ผู้สนใจสามารถติดต่องานนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทได้ที่

ผู้ติดต่อ: นางสาวสุทธิภา วัชโรทยางกูร (ผู้อำนวยการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์)
ที่อยู่: บมจ.แม็คกรุ๊ป เลขที่ 2 ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 5 เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02 117-9999 ต่อ 1210
โทรสาร: 02 117-9998
E-mail: ir@mcgroupnet.com
หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารของบริษัท อาทิ นโยบาย วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป้าหมาย ภารกิจ แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้คณะผู้บริหาร บริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้กรอบของกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมคณะกรรมการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตระมัดระวัง ตามหลักการข้อพึงปฏิบัติที่ดี เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่กิจการ และความมั่นคงสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 8 ท่าน และเป็นกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนกรรมการอิสระเกินกว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด โดยกรรมการอิสระทุกท่านเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และประกาศตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้อง และสามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นประโยชน์กับบริษัทอย่างเต็มที่

คณะกรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดไว้ว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนกรรมการ หากจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม (1/3)

ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามอย่างทั่วถึงในทุกมิติ และสอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท บริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อกำกับดูในเรื่องต่างๆ ตลอดจนแต่งตั้งเลขานุการบริษัทขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อช่วยให้บริษัทและคณะกรรมการของบริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นตัวกลางที่คอยประสานงานกับบุคคลทั้งภายในและภายนอกบริษัท โดยบริษัทมีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท ซึ่งได้เปิดเผยไว้แล้วในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายกำหนดการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ของกรรมการบริษัท ไม่ควรเกินกว่า 5 บริษัท ในกรณีที่กรรมการคนใดคนหนึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เกินกว่า 5 บริษัท คณะกรรมการจะพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการท่านดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบันกรรมการของบริษัททุกท่านมีการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นไม่เกิน 5 บริษัท

2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลกิจการและภารกิจของบริษัทให้เป็นไปตามที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติและตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท จะต้องใช้วิจารณญาณและความรอบคอบในการตัดสินใจทางธุรกิจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี บริษัทถือปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดโดยจะเปิดเผยรายงานการกำกับดูแลกิจการไว้ในรายงานประจำปีและแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)

จริยธรรมธุรกิจ

บริษัทมีนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมสูงสุด และ ได้แก่ การรักษาความลับของบริษัท การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน การดูแลทรัพย์สินของบริษัท และสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งคณะกรรมการตลอดจนผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้ให้ความสำคัญและมีหน้าที่ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ด้วยการกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารทุกท่านต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียและนำส่งไว้ให้เลขานุการบริษัท โดยในการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะต้องพิจารณาบนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ

หากมีรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นที่เป็นข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติโดยให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้บริษัทจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัท เป็นไปตามเป้าหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้จัดให้มีกลไกการตรวจสอบ และถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ ในการปกป้อง รักษา และดูแลเงินทุนของผู้ถือหุ้น และสินทรัพย์ของบริษัท กำหนดลำดับชั้นของการอนุมัติ และความรับผิดชอบของผู้บริหาร และพนักงาน กำหนดระเบียบการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม และเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดไว้ รวมทั้ง คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงาน และบริหารงานของบริษัท เพื่อให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ระบบรายงานทางการเงินที่น่าเชื่อถือโดยฝ่ายตรวจสอบภายในซึ่งจะต้องรายงานผลการตรวจสอบตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ และทบทวนระบบการควบคุมภายในของบริษัท

รายงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน และนำเสนอรายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงิน ของบริษัทและสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี โดยการจัดทำงบการเงินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และมีการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

3. การประชุมคณะกรรมการ

บริษัทมีการกำหนดตารางการประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยล่วงหน้าทุกปี โดยข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้คณะกรรมการต้องมีการประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น และมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่กรรมการเพื่อพิจารณาก่อนการประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทซึ่งในการประชุมทุกคราวจะมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน มีเอกสารประกอบการประชุมที่ครบถ้วนเพียงพอ โดยจัดส่งให้กับคณะกรรมการล่วงหน้า เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการทุกคนสามารถอภิปรายและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทจะมีการเชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องโดยตรง

บริษัทมีความมุ่งมั่นให้คณะกรรมการบริษัทได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ครบถ้วน ต่อเนื่อง และทันเวลาก่อนการประชุมทุกครั้ง ทั้งนี้กรรมการบริษัทสามารถติดต่อเลขานุการบริษัทได้โดยตรงอย่างอิสระ เลขานุการบริษัทมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ

4. การพัฒนากรรมการและผู้บริหารของบริษัท

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

    บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองของกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพ ผลงานและปัญหาในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยมีกระบวนการดังนี้

    1. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนทบทวนแบบประเมินผล ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับกำหนด
    2. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
    3. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการ และดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    โดยวัตถุประสงค์การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัท จะมุ่งเน้นให้การประเมินผลสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การประเมินภาพรวมของคณะกรรมการทั้งคณะ และ การประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเอง) ซึ่งมีหลักเกณฑ์และผลการประเมินในปี 2559 ดังนี้

    1. การประเมินภาพรวมของคณะกรรมการทั้งคณะ มีหัวข้อการประเมินรวม 7 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ความสัมพันธ์ของคณะกรรมการกับฝ่ายบริหาร การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
      ในปี 2559 ผลการประเมินในภาพรวมทั้ง 7 ด้าน ได้คะแนนร้อยละ 90.8 ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า มีจำนวนกรรมการที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการ และมีกรรมการอิสระเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่หน่วยงานกำกับกำหนด รวมทั้งยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อช่วยศึกษาและกรองงานเฉพาะเรื่อง ซึ่งมากเพียงพอที่จะดูแลในเรื่องสำคัญให้สามารถดำเนินธุรกิจ ได้อย่างรอบคอบ
    2. การประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเอง) มีหัวข้อการประเมิน รวม 7 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ความสัมพันธ์ของคณะกรรมการกับฝ่ายบริหาร การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
      ในปี 2559 ผลการประเมินในภาพรวมทั้ง 7 ด้าน ได้คะแนนร้อยละ 89 ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า กรรมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบมีความระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ ตามหลักการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เป็นประโยชน์ต่อบริษัท และเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อยอย่างสม่ำเสมอ
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

    บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าคอบแทน และคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD โดยได้กำหนดให้มีการประเมินปีละ 1 ครั้ง เป็นการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อยรายบุคคล (ประเมินตนเอง) เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด ซึ่งมีกระบวนการดังนี้

    1. คณะกรรมการชุดย่อยจัดทำแบบประเมินผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการชุดย่อย
    2. เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย สรุปและรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    3. เลขานุการคณะกรรมการธนาคาร รายงานผลการประเมินของของคณะกรรมการชุดย่อย ต่อคณะกรรมการบริษัท

    โดยผลการประเมินของคณะกรรมการชุดย่อย ปี 2559 ทุกชุดสรุปได้ดังนี้

    หน่วย : ร้อยละ
    คณะกรรมการชุดย่อย ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการตรวจสอบ 85.5
    คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 100
    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน 89.9
    คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 69.9

    ทั้งนี้บริษัทได้สรุปผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัท และผลการประเมินของคณะกรรมการชุดย่อยให้คณะกรรมการทุกท่านรับทราบ เพื่อใช้เป็นกรอบในการพิจารณาทบทวนการปฏิบัติงานในหน้าที่ ปัญหา อุปสรรคต่างๆ และนำผลประเมินมาวิเคราะห์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ตลอดจนนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานต่อไป

  • การอบรมของกรรมการ

    บริษัทยังให้การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เป็นต้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจถึงหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี กฎเกณฑ์ กฎระเบียบ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท ในการบริหารงาน ให้มีประสิทธิภาพและจรรยาบรรณ โดยเข้าร่วมอบรม/สัมมนาหลักสูตรต่างๆของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และหลักสูตรอบรมที่จัดโดยสถาบันต่างๆที่เกี่ยวข้อง

    ปัจจุบันมีกรรมการบริษัท ที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของกรรมการ ได้แก่ หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) จำนวน 5 ท่าน และหลักสูตร Director Certification Program (DCP) จำนวน 7 ท่าน จากกรรมการทั้งหมด 8 ท่าน เพื่อประโยชน์ในการรับรู้ข่าวสารและเพิ่มเติมความรู้ ทุกครั้งที่บริษัทได้รับเอกสารแจ้งการอบรมหรือเอกสารประกอบการอบรมที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริษัท บริษัทจะนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่กรรมการเพื่อศึกษาและพิจารณาเข้าร่วมต่อไป

  • การปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่

    ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่ เลขานุการบริษัทจะจัดให้มีการปฐมนิเทศ และมอบหมายเอกสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ เพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับทราบแผนธุรกิจของของบริษัท ผลิตภัณฑ์และบริการ ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น โครงสร้างองค์กร และประเด็นกฎหมายสำคัญที่ควรทราบสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทจดทะเบียน โดยในปี 2559 ได้จัดปฐมนิเทศให้แก่กรรมการใหม่ จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี และ นางไขศรี เนื่องสิกขาเพียร โดยในเบื้องต้นได้นำส่งเอกสารที่สำคัญ ดังนี้

    1. ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
    2. คู่มือจริยธรรมธุรกิจ
    3. โครงสร้างองค์กร และรายชื่อผู้บริหาร
    4. โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มธุรกิจ
    5. ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น หนังสือรับรอง และข้อบังคับ
    6. แผนธุรกิจของบริษัท
    7. ภาพรวมการบริหารความเสี่ยง
    8. การประกันภัย D&O (Directors & Officers Liability Insurance)

    นอกจากการนำส่งเอกสารดังกล่าวแล้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัทได้นำเสนอข้อมูลดังนี้

    1. ภาพรวมการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย Company Overview และ Company Strategies
    2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัทจดทะเบียน
    3. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท