MC Banner
นักลงทุนสัมพันธ์
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
 

คณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลในการดำเนินธุรกิจ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อีกทั้งแสดงถึงความโปร่งใส และจริยธรรมในการดำเนินงาน มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และจริยธรรมธุรกิจของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท เพื่อเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่า และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทต่อไปโดยคณะกรรมการจะทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจทุกปี เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจ สภาพแวดล้อม สถานการณ์หรือกฎหมาย

บริษัทได้เผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานที่ดีของพนักงานทุกระดับชั้น รวมถึงเพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ถือหุ้นผู้มีส่วนได้เสีย นักลงทุน และผู้สนใจอื่นๆ และเพื่อเป็นการกำหนดและเปิดเผยแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตาม จริยธรรมธุรกิจ บริษัทได้กำหนดให้พนักงานทุกคนลงลายมือชื่อรับทราบถึงจริยธรรมธุรกิจในการปฐมนิเทศก่อนการเริ่มทำงาน ทั้งนี้ จะมีการติดตามการปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจผ่านกระบวนการตรวจสอบภายในของบริษัทอีกด้วย

ผลคะแนนจากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ในปี 2560 ปรากฏว่า บริษัทได้คะแนนเฉลี่ยของทั้ง 5 หมวด เป็นคะแนน 88 ซึ่งมากกว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของ SET 100 Index (87 คะแนน)

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทได้นำนโยบายปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practices for Directors of Listed Company) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2555 (The Principles of Good Corporate Governance For Listed Companies, 2012) ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code for listed companies 2017) ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยแบ่งเป็น 5 หมวด โดยในสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2561 บริษัทได้มีการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ดังนี้

หมวดที่ 1: สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกราย โดยจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิด หรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมทั้งจะส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน

สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2561 บริษัทดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • มีโครงสร้างระหว่างบริษัท บริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีผู้ถือหุ้นร่วมและไม่มีผู้ถือหุ้นไขว้ และไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิดในกลุ่มของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าได้รับผลตอบแทนครบถ้วน
  • บริษัทจัดให้มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นทุกรายไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ ให้ได้รับสิทธิพื้นฐาน และการปฏิบัติในการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และละเว้นการกระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นทุกประเภท ได้แก่ สิทธิในการซื้อขาย หรือโอนหุ้น สิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจน สิทธิในการเข้าร่วมประชุม และลงมติอนุมัติการเข้าทำรายการที่สำคัญ สิทธิในการแต่งตั้ง หรือถอดถอนกรรมการบริษัท สิทธิในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท สิทธิในการแต่งตั้ง หรือถอดถอนผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชี สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไร สิทธิในการเข้าร่วมตัดสินใจและรับทราบถึงผลการตัดสินใจของบริษัท ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท
  • บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้า อย่างน้อย 7 วัน (หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด) โดยหนังสือเชิญประชุมจะมีรายละเอียดระเบียบวาระการประชุม เอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ พร้อมความเห็นของคณะกรรมการบริษัท หนังสือมอบฉันทะตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด รายชื่อของกรรมการอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ แผนที่แสดงสถานที่ประชุม และรายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุมด้วย เพื่อรักษาสิทธิในการเข้าประชุมและการลงคะแนนเสียง และเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นยังสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบวาระการประชุมของบริษัทแต่ละครั้งได้ทางเว็บไซต์ของบริษัท www.mcgroupnet.com
  • เผยแพร่สารสนเทศ รายละเอียดการใช้สิทธิในเรื่องต่างๆ ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัท โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมกันในการรับรู้ข่าวสาร ระยะเวลาการใช้สิทธิ และความสะดวกในการใช้สิทธิดังกล่าว โดยไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงสารสนเทศของบริษัท หรือปิดกั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน
  • กรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัท เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะ ให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้
  • ในการประชุมผู้ถือหุ้นแต่ละครั้ง ประธานที่ประชุม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะชี้แจงเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม รวมถึงขั้นตอนการออกเสียงลงมติ และจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ
  • ในระหว่างการประชุม ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ในการซักถาม แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อตอบคำถามในที่ประชุม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้ถือหุ้นเพื่อที่จะนำไปพิจารณา หรือดำเนินการตามสมควรต่อไป และเมื่อการประชุมแล้วเสร็จ บริษัท จะจัดทำรายงานการประชุมอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ภายใน 14 วันนับจากวันประชุม แล้วนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด และเผยแพร่รายงานการประชุมทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้
หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัท จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยมีหลักการดังนี้

  • บริษัทมีนโยบายและมีการปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาและโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้น โดยมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่มีสาระสำคัญอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงจัดให้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สอบถามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ผ่านเว็บไซต์บริษัท หรือการเปิดเผยข้อมูลบริษัทไปยังตลาดหลักทรัพย์อย่างครบถ้วน เป็นต้น
  • บริษัทมีนโยบายและวิธีการดูแลกรรมการและผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน (นโยบายการใช้ข้อมูลภายในได้เปิดเผยไว้ในข้อ 9.5)

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561

บริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยนำหลักการ ที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ตั้งแต่ก่อนการประชุม วันประชุม และหลังการประชุม สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 จัดขึ้นในวันที่ 3 เมษายน 2561 เวลา 14.00 น. ห้องประชุมสุวรรณภูมิ A&B โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เลขที่ 999 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถใช้บริการขนส่งมวลชนได้หลายรูปแบบในการเดินทางมาประชุม

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะรวมจำนวน 148 ราย คิดเป็น 71.6% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มีกรรมการบริษัทเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 8 ท่าน คิดเป็น 100% โดยประธานกรรมการ กรรมการบริษัท ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง เลขานุการบริษัท และผู้สอบบัญชี เข้าร่วมประชุมอย่างครบถ้วนพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ รายละเอียดการดำเนินการประชุม มีดังนี้

ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทจัดทำหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2561 ล่วงหน้าก่อนวันประชุม 18 วัน และจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม 7 วัน เพื่อให้ ผู้ถือหุ้นได้รับเอกสารล่วงหน้าก่อนวันประชุมและมีเวลาศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุมอย่างเพียงพอ
  • ในหนังสือเชิญประชุม บริษัทมีการระบุข้อเท็จจริงและเหตุผล และความเห็นของคณะกรรมการบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วนและเพียงพอ โดยวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประกอบด้วย
    1. ในวาระแต่งตั้งกรรมการ ได้ระบุชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้ง จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยแยกเป็นหัวข้อบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมา และวันที่ เดือนและปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัท
    2. วาระการพิจารณาค่าตอบแทน มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย จำนวนเงินและรูปแบบค่าตอบแทนแยกตามตำแหน่งและภาระหน้าที่ของกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาค่าตอบแทน โดยให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด
    3. วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี ความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี การพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี โดยแสดงค่าสอบบัญชีแยกจากค่าบริการอื่น
    4. วาระการจ่ายเงินปันผล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการจ่ายเงินปันผล จำนวนเงินที่ขออนุมัติ เปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่จ่ายในปีก่อน
  • ไม่มีการแจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน รวมทั้งไม่เพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
  • อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยการจัดส่งหนังสือมอบฉันทะทุกแบบตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ พร้อมรายละเอียดวิธีการมอบฉันทะในการประชุมผู้ถือหุ้นไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะได้จากเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ ได้เปิดเผยรายชื่อพร้อมประวัติของกรรมการอิสระให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกเป็นผู้รับมอบฉันทะไว้ด้วย

วันประชุมผู้ถือหุ้น

  • กำหนดให้มีระยะเวลาการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมง โดยได้นำระบบคอมพิวเตอร์และบาร์โค้ดมาใช้ในการลงทะเบียนและตรวจนับคะแนน เพื่อความถูกต้อง รวดเร็ว และเชื่อถือได้ของข้อมูล โดยผู้ถือหุ้นสถาบันสามารถส่งหนังสือมอบฉันทะมาลงทะเบียนได้ก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันมิให้เริ่มประชุมผู้ถือหุ้นล่าช้าอันเกิดมาจากการลงทะเบียนเข้าประชุมล่าช้า
  • กำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง
  • ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้ชี้แจงวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนให้ผู้ถือหุ้นในที่ประชุมรับทราบ
  • บริษัทใช้บัตรลงคะแนนมาในการลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยจัดทำบัตรลงคะแนนแยกตามวาระแต่ละวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร โดยเฉพาะในวาระเลือกตั้งกรรมการ ได้ให้มีการเลือกกรรมการรายบุคคล และเก็บบัตรลงคะแนนทุกประเภทสำหรับวาระเลือกตั้งกรรมการ (ทั้งกรณีเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง)
  • ในการสรุปผลการนับคะแนนเสียงแต่ละวาระ จะมีการแสดงผลคะแนนให้ผู้ถือหุ้นในที่ประชุมรับทราบทุกวาระตามลำดับ
  • ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องและโปร่งใส ตามข้อกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท และมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ

หลังการประชุมผู้ถือหุ้น

  • นำส่งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันประชุม ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมรับทราบในทันที
  • จัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและนำส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมตามกำหนด และได้เผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทางเว็บไซต์ของบริษัทพร้อมกันด้วย
  • ในปี 2561 บริษัทได้รับคะแนนประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น 99 คะแนน ภายใต้โครงการประเมินคุณภาพ AGM ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ สมาคมบริษัทจดทะเบียน โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินคุณภาพครอบคลุมขั้นตอนต่างๆ ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ก่อนวันประชุม วันประชุม และภายหลังวันประชุม
หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายโดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป็นนโยบาย และบทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสียไว้อย่างชัดเจนใน “จริยธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย” มีรายละเอียดการดำเนินงานดังนี้

ผู้ถือหุ้น

บริษัทมุ่งมั่นจะดำเนินธุรกิจของบริษัทให้มีผลประกอบการที่ดีและมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและมั่นคง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาวด้วยผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน รวมทั้งเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลอย่างเท่าเทียม โปร่งใส เชื่อถือได้ต่อผู้ถือหุ้น

พนักงาน

พนักงานเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดและเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของบริษัท บริษัทจึงดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเป็นธรรม เหมาะสม และเป็นไปตามมาตรฐานสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนตามนโยบายของบริษัทอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการไม่เลือกปฏิบัติกับพนักงาน การกำหนดผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม หรือ การแต่งตั้ง โยกย้ายบนพื้นฐานของคุณธรรม อีกทั้งได้มุ่งพัฒนาเสริมสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงานที่ดี ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ ให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชนของพนักงาน และการใช้ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท

บริษัทมีนโยบายและมีการบริหารจัดการค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆมากกว่าที่กฎหมายกำหนด มุ่งเน้นให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทและผลการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยมีนโยบายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมและเปิดเผยให้เป็นที่ทราบแก่พนักงานทุกคนโดยทั่วกัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีความรับผิดชอบในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีหลักการพัฒนาบุคลากร เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานทุกระดับ

บริษัทเคารพในสิทธิมนุษยชนและความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ไม่นำข้อมูลส่วนตัว เช่น เงินเดือน ประวัติ การรักษาพยาบาล ครอบครัว ไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องตามบทบังคับของกฎหมาย นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญในการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้พนักงานเข้าใจและปฏิบัติตามในแนวทางเดียวกันอีกด้วย

ลูกค้า

บริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า ตลอดจนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ ความสำเร็จของธุรกิจบริษัท โดยปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความจริงใจและสุภาพอ่อนน้อม และมีเจตจำนงที่จะแสวงหาวิธีการที่จะสนองความต้องการของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดเป็นนโยบายและข้อปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนในจริยธรรมธุรกิจ เช่น การผลิตและส่งมอบสินค้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงตามข้อตกลงกับลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม ให้ข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันเหตุการณ์ มีระบบการจัดการเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตรการรักษาความลับของลูกค้าและไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ มีระบบ/กระบวนการ ที่ให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ เป็นต้น

คู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้หรือลูกหนี้

บริษัทมีนโยบายที่จะให้การปฏิบัติต่อคู่ค้า รวมถึงเจ้าหนี้ อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง รวมทั้งยึดมั่นในข้อสัญญาและถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้เป็นสำคัญ ในการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และการดูแลหลักประกันต่างๆ นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค้ำประกัน การบริหารเงินทุน และกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ไว้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และเปิดเผยถึงการปฏิบัติไว้ให้เป็นที่ทราบ

การดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าใดๆ ต้องไม่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท หรือขัดต่อกฎหมายใดๆ มีการคำนึงถึงความเสมอภาคในการดำเนินธุรกิจและผลประโยชน์ร่วมกันกับคู่ค้า การคัดเลือกคู่ค้าต้องทำอย่างยุติธรรม โดยคู่ค้าของบริษัทต้องเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งนี้บริษัท ถือว่าคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการร่วมสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าและบริษัทให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

คู่แข่งทางการค้า

บริษัทมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมถึงการกำหนดแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับ หรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่แข่งทางการค้า ด้วยวิธีฉ้อฉล ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อจริยธรรม

สังคมส่วนรวมและสิ่งแวดล้อม

บริษัทในฐานะเป็นบริษัทไทย ตระหนักและมีจิตสำนึกในบุญคุณของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งต้องรับผิดชอบช่วยเหลือสังคม สนับสนุนกิจกรรมของท้องถิ่นที่บริษัท มีการดำเนินธุรกิจ

ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานของบริษัท บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และพยายามยกระดับการปฏิบัติให้มีมาตรฐานสูงกว่ากฎหมายกำหนด ตลอดจนดูแลป้องกันมิให้การดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคม ทั้งในส่วนของ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมด้านการศึกษา การประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่ผู้มีส่วนไ ด้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญให้เป็นประโยชน์กับสังคม เช่น โครงการฝึกสอนการเย็บผ้า เป็นต้น

บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยมีการกำหนดนโยบายการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทและมีการตรวจสอบการใช้โปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการทำงานของพนักงานอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการใช้โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการละเมิด หรือ ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากผู้อื่นด้วยเช่นกัน

อีกทั้ง บริษัทมีนโยบายผลิตสินค้าและให้บริการใดๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมส่งเสริมกิจกรรมการดูแลรักษาธรรมชาติและอนุรักษ์พลังงาน และมีนโยบายที่จะคัดเลือกและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถดูรายละเอียดการดำเนินงานได้ในหัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการประกาศใช้นโยบายรับเรื่องร้องเรียน เพื่อให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สามารถสอบถามรายละเอียด แจ้งข้อร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทางกฎหมาย ความถูกต้องของ รายงานทางการเงิน การถูกละเมิดสิทธิ ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการผิดจริยธรรมธุรกิจของบริษัทผ่านกรรมการตรวจสอบของบริษัทได้ ทั้งนี้ ข้อมูลการร้องเรียน หรือ แจ้งเบาะแส และข้อมูลของผู้ร้องเรียน จะได้รับการคุ้มครองและเก็บไว้เป็นความลับตามมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน โดยกรรมการตรวจสอบจะดำเนินการสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปรายละเอียดของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข (ถ้ามี) และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ แก้ไขเยียวยา หรือดำเนินการอื่นใดต่อไป โดยช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน มีดังนี้

•ร้องเรียนโดยตรงเป็นลายลักษณ์อักษร
  1. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ
  2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ
  3. หน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือ
  4. เลขานุการบริษัท
    บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 448, 450 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
    โทรศัพท์ 02-117-9999 โทรสาร 02-117-9998
•จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  1. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ auditcommittee@mcgroupnet.com
  2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร sunee.s@mcgroupnet.com
  3. หน่วยงานตรวจสอบภายใน ia@mcgroupnet.com
  4. เลขานุการบริษัท corpsecretary@mcgroupnet.com
  5. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง
•จดหมายทางไปรษณีย์
  1. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ
  2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ
  3. หน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือ
  4. เลขานุการบริษัท
    บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 448, 450 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
    โทรศัพท์ 02-117-9999 โทรสาร 02-117-9998

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อร้องเรียนถือเป็นความลับและจะเปิดเผยเท่าที่จําเป็น บริษัทมีมาตรการในการคุ้มครองผู้ร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผู้ร้องเรียนเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้ ผู้ร้องเรียน หรือ ผู้ถูกร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกําหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมหรือบริษัทอาจกําหนดมาตรการคุ้มครอง โดย ผู้ร้องเรียนไม่ต้องร้องขอหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย

เมื่อได้รับเรื่องรองเรียนแล้ว ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และหากพบว่ามีความผิดเกิดขึ้นจริง บริษัทจะพิจารณาลงโทษตามความเหมาะสม และรายงานเรื่องทุจริตและข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทต่อไป

ทั้งนี้ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2561 ไม่ปรากฏการร้องเรียน หรือ แจ้งเบาะแสจากผู้มีส่วนได้เสีย

หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ตรงเวลา และได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งรายงานทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจน ข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์และมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.mcgroupnet.com

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินรวมของบริษัท ตลอดจนสารสนเทศที่เสนอต่อผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี ดูแลคุณภาพของรายงานทางการเงินรวมทั้งงบการเงินรวมของบริษัท ให้มีการจัดทำงบตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีที่เชื่อถือได้ และมีความเป็นอิสระ ดูแลให้บริษัทเลือกใช้นโยบายบัญชีอย่างเหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จัดการดูแลให้รายงานทางการเงินรวมของบริษัทมีความถูกต้อง ครบถ้วนเป็นจริง และมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพียงพอครบถ้วนและเชื่อถือได้

นอกจากนี้คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่ในการสอบทานรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง ครบถ้วนและเชื่อถือได้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใสและทันเวลาตามข้อกำหนดของการเป็นบริษัทจดทะเบียน สอบทานระบบควบคุมภายในเพื่อให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพิจารณาปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบก็ยังมีการสอบทานพิจารณารายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ถึงความเหมาะสมและสมเหตุสมผล ก่อนที่จะนำเสนอให้กับทางคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป

สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2561 บริษัทได้จัดทำคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (Management Discussion and Analysis หรือ MD&A) เพื่อประกอบการเปิดเผยงบการเงินทุกไตรมาส เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละไตรมาสได้ดียิ่งขึ้นนอกเหนือจากข้อมูลตัวเลขในงบการเงินเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ บริษัทจัดให้มีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่ กับรายงานของผู้สอบบัญชี และเปิดเผยค่าสอบบัญชีและค่าบริการอื่นที่ผู้สอบบัญชีให้บริการไว้ในรายงานประจำปีอีกด้วย

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ บริษัทได้กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการแต่ละท่าน ตลอดจนบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการ บริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในรายงานประจำปี (แบบ 56-2)

ในส่วนของงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทได้จัดตั้งหน่วยงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงรายงานการปฏิบัติงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสและเท่าเทียม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่ไม่เท่าเทียมกันซึ่งอาจจะนำไปสู่การใช้ข้อมูลภายในหรือการสร้างราคาหลักทรัพย์ บริษัทได้กำหนดให้มีระยะเวลางดให้ข้อมูล (Quiet Period) เป็นเวลา 15 วันก่อนวันประกาศผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ประกาศผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประกาศระยะเวลางดให้ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทภายใต้หัวข้อปฏิทินนักลงทุน (IR Calendar) สำหรับในรอบปีนี้งานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ที่ได้ดำเนินการ สรุปได้ดังนี้

  1. การต้อนรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ที่ขอพบ (Company Visit) หรือผ่านทางโทรศัพท์ (Conference Call) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 23 ครั้ง
  2. การเข้าร่วมประชุมนักลงทุนที่จัดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหมด 5 ครั้ง ได้แก่
    • Investor Conference และ Road Show ในประเทศ จำนวน 4 ครั้ง
    • Investor Conference และ Road Show ต่างประเทศ จำนวน 1 ครั้ง
  3. การเข้าร่วมงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประจำทุกไตรมาส
  4. การจัดประชุมนักนักลงทุนและนักวิเคราะห์ (Investor Meeting) จำนวน 1 ครั้ง
  5. การจัดงานเยี่ยมชมกิจการ (Site Visit) สำหรับนักลงทุน จำนวน 1 ครั้ง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ผู้สนใจสามารถติดต่องาน นักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทได้ที่

ผู้ติดต่อ : นางสาวนายิกา หวังมุทิตากุล (ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์)
ที่อยู่ : บมจ.แม็คกรุ๊ป เลขที่ 2 ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 5 เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ : 02 117-9999 ต่อ 1
โทรสาร : 02 117-9998
E-mail : ir@mcgroupnet.com

หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารของบริษัท อาทิ นโยบาย วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป้าหมาย ภารกิจ แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้คณะผู้บริหาร บริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้กรอบของกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมคณะกรรมการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตระมัดระวัง ตามหลักการข้อพึงปฏิบัติที่ดี เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่กิจการ และความมั่นคงสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 8 ท่าน และเป็นกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนกรรมการอิสระเกินกว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด โดยกรรมการอิสระทุกท่านเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และประกาศตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้อง และสามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นประโยชน์กับบริษัทอย่างเต็มที่

คณะกรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดไว้ว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนกรรมการ หากจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม (1/3)

ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามอย่างทั่วถึงในทุกมิติ และสอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท บริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อกำกับดูในเรื่องต่างๆ ตลอดจนแต่งตั้งเลขานุการบริษัทขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อช่วยให้บริษัทและคณะกรรมการของบริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นตัวกลางที่คอยประสานงานกับบุคคลทั้งภายในและภายนอกบริษัท โดยบริษัทมีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท ซึ่งได้เปิดเผยไว้แล้วในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายกำหนดการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ของกรรมการบริษัท ไม่ควรเกินกว่า 5 บริษัท ในกรณีที่กรรมการคนใดคนหนึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เกินกว่า 5 บริษัท คณะกรรมการจะพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการท่านดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบันกรรมการของบริษัททุกท่านมีการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นไม่เกิน 5 บริษัท

2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลกิจการและภารกิจของบริษัทให้เป็นไปตามที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติและตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท จะต้องใช้วิจารณญาณและความรอบคอบในการตัดสินใจทางธุรกิจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ภายหลังจากที่หุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว บริษัทถือปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยจะเปิดเผยรายงานการกำกับดูแลกิจการไว้ในรายงานประจำปีและแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)

จริยธรรมธุรกิจ

บริษัทมีนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมสูงสุด และ ได้แก่ การรักษาความลับของบริษัท การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน การดูแลทรัพย์สินของบริษัท และสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งคณะกรรมการตลอดจนผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้ให้ความสำคัญและมีหน้าที่ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ด้วยการกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารทุกท่านต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียและนำส่งไว้ให้เลขานุการบริษัท โดยในการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะต้องพิจารณาบนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ

หากมีรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นที่เป็นข้อตกลงทางการค้า ที่ไม่เป็นเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้บริษัทจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัท เป็นไปตามเป้าหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้จัดให้มีกลไก การตรวจสอบ และถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ ในการปกป้อง รักษา และดูแลเงินทุนของผู้ถือหุ้น และสินทรัพย์ของบริษัท กำหนดลำดับชั้นของการอนุมัติ และความรับผิดชอบของผู้บริหาร และพนักงาน กำหนดระเบียบการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม และเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดไว้ รวมทั้ง คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงาน และบริหารงานของบริษัท เพื่อให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ระบบรายงานทางการเงินที่น่าเชื่อถือโดยฝ่ายตรวจสอบภายในซึ่งจะต้องรายงานผลการตรวจสอบตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ และทบทวนระบบการควบคุมภายในของบริษัท

รายงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน และนำเสนอรายงาน ทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงิน ของบริษัทและสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี โดยการจัดทำงบการเงินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และมีการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

ความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริษัทจากฝ่ายจัดการ

นโยบายความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริษัทจากฝ่ายจัดการ โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการกำหนดกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ นโยบาย แผนงาน เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงให้ข้อเสนอแนะและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมบริษัทจะทำความเข้าใจขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ ตลอดจนกำหนดขอบเขตการมอบหมายหน้าที่ของฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน ตลอดจนติดตามดูแลฝ่ายจัดการให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ในขณะที่ฝ่ายจัดการจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานและดำเนินการด้านต่างๆ ตามกลยุทธ์ นโยบาย และแผนงานตามที่คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุมัติ

ทั้งนี้ ได้มีการแยกบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการออกจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารจึงเป็นบุคคลคนละคนกัน มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน โดยทั้งสองตำแหน่งต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด

3. การประชุมคณะกรรมการ

บริษัทมีการกำหนดตารางการประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยล่วงหน้าทุกปี โดยข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้คณะกรรมการต้องมีการประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง โดยมีการกำหนดตารางการประชุมให้คณะกรรมการรับทราบเป็นรายปีล่วงหน้า และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น และมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่กรรมการเพื่อพิจารณาก่อนการประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทซึ่งในการประชุมทุกคราวจะมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน มีเอกสารประกอบการประชุมที่ครบถ้วนเพียงพอ โดยจัดส่งให้กับคณะกรรมการล่วงหน้า เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการทุกคนสามารถอภิปรายและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทจะมีการเชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องโดยตรง

บริษัทมีความมุ่งมั่นให้คณะกรรมการบริษัทได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ครบถ้วน ต่อเนื่อง และทันเวลาก่อน การประชุมทุกครั้ง ทั้งนี้กรรมการบริษัทสามารถติดต่อเลขานุการบริษัทได้โดยตรงอย่างอิสระ เลขานุการบริษัทมีหน้าที่ ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ

4. การพัฒนากรรมการ

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

    บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองของกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพ ผลงานและปัญหาในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยมีกระบวนการดังนี้

    1. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนทบทวนแบบประเมินผล ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับกำหนด
    2. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
    3. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการ และดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    โดยวัตถุประสงค์การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัท จะมุ่งเน้นให้การประเมินผลสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งการประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเอง) มีหัวข้อการประเมิน รวม 5 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ และการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

    ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2561 ผลการประเมินในภาพรวมทั้ง 5 ด้าน ได้คะแนนร้อยละ 95 ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า มีจำนวนกรรมการที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการ และมีกรรมการอิสระเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่หน่วยงานกำกับกำหนด รวมทั้งยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อช่วยศึกษาและกรองงานเฉพาะเรื่อง ซึ่งมากเพียงพอที่จะดูแลในเรื่องสำคัญให้สามารถดำเนินธุรกิจ ได้อย่างรอบคอบ คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบมีความระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ ตามหลักการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เป็นประโยชน์ต่อบริษัท และเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อยอย่างสม่ำเสมอ

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

    บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD โดยได้กำหนดให้มีการประเมินปีละ 1 ครั้ง เป็นการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อยรายบุคคล (ประเมินตนเอง) เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด ซึ่งมีกระบวนการดังนี้

    1. คณะกรรมการชุดย่อยจัดทำแบบประเมินผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการชุดย่อย
    2. เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย สรุปและรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    3. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท รายงานผลการประเมินของของคณะกรรมการชุดย่อย ต่อคณะกรรมการบริษัท

    โดยผลการประเมินของคณะกรรมการชุดย่อย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2561 ทุกชุดสรุปได้ดังนี้

    หน่วย : ร้อยละ

    คณะกรรมการชุดย่อย ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการตรวจสอบ 100
    คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 98
    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน 88.4
    คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 80

    ทั้งนี้บริษัทได้สรุปผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัท และผลการประเมินของคณะกรรมการชุดย่อยให้คณะกรรมการทุกท่านรับทราบ เพื่อใช้เป็นกรอบในการพิจารณาทบทวนการปฏิบัติงานในหน้าที่ ปัญหา อุปสรรคต่างๆ และนำผลประเมินมาวิเคราะห์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ตลอดจนนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานต่อไป

  • การอบรมของกรรมการ

    บริษัทยังให้การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เป็นต้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจถึงหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี กฎเกณฑ์ กฎระเบียบ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท ในการบริหารงาน ให้มีประสิทธิภาพและจรรยาบรรณ โดยเข้าร่วมอบรม/สัมมนาหลักสูตรต่างๆของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และหลักสูตรอบรมที่จัดโดยสถาบันต่างๆที่เกี่ยวข้อง

    ปัจจุบันมีกรรมการบริษัท ที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของกรรมการ ได้แก่ หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) จำนวน 5 ท่าน และหลักสูตร Director Certification Program (DCP) จำนวน 7 ท่าน จากกรรมการทั้งหมด 8 ท่าน เพื่อประโยชน์ในการรับรู้ข่าวสารและเพิ่มเติมความรู้ ทุกครั้งที่บริษัทได้รับเอกสารแจ้งการอบรมหรือเอกสารประกอบการอบรมที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริษัท บริษัทจะนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่กรรมการเพื่อศึกษาและพิจารณาเข้าร่วมต่อไป

  • การปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่

    ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่ เลขานุการบริษัทจะจัดให้มีการปฐมนิเทศ และมอบหมายเอกสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ เพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับทราบแผนธุรกิจของของบริษัท ผลิตภัณฑ์และบริการ ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น โครงสร้างองค์กร และประเด็นกฎหมายสำคัญที่ควรทราบสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทจดทะเบียน โดยในเบื้องต้นได้นำส่งเอกสารที่สำคัญ ดังนี้

    1. ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
    2. คู่มือจริยธรรมธุรกิจ
    3. โครงสร้างองค์กร และรายชื่อผู้บริหาร
    4. โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มธุรกิจ
    5. ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น หนังสือรับรอง และข้อบังคับ
    6. แผนธุรกิจของบริษัท
    7. ภาพรวมการบริหารความเสี่ยง
    8. การประกันภัย D&O (Directors & Officers Liability Insurance)

    นอกจากการนำส่งเอกสารดังกล่าวแล้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัทได้นำเสนอข้อมูลดังนี้

    1. ภาพรวมการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย Company Overview และ Company Strategies
    2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัทจดทะเบียน
    3. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการชุดย่อย

บริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดต่างๆ เพิ่มเติมตามที่พิจารณาว่าจำเป็น และเหมาะสมซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลงานเฉพาะเรื่องที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และกลั่นกรองงานเหล่านั้นแทนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดให้คณะกรรมการชุดย่อยต้องรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัทภายในเวลาที่กำหนดไว้เป็นประจำ นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท ยังได้มีการแต่งตั้งเลขานุการบริษัทตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้างกรรมการบริษัท อันประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัทซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการของบริษัท และมีคณะกรรมการชุดย่อยดูแลเฉพาะเรื่องอีก 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ คณะกรรมการบริหาร โดยมีรายละเอียดของคณะกรรมการแต่ละคณะ ดังต่อไปนี้

1. คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดโดยประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการที่มีรายชื่อดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
1. นายสมชัย อภิวัฒนพร ประธานกรรมการตรวจสอบ
2. นายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ กรรมการตรวจสอบ
3. นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี กรรมการตรวจสอบ

โดยกรรมการลำดับที่ 1 คือ นายสมชัย อภิวัฒนพร และ ลำดับที่ 3 คือ นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี เป็นกรรมการตรวจสอบผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชีเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ ได้แก่ นางสาวอนงค์นาฏ วรรณมาศ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (internal control) และระบบการตรวจสอบภายใน (internal audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. สอบทานถึงความมีประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
  7. ทบทวนและเสนอข้อแก้ไข ขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบให้สอดคล้องกับสภาวการณ์
  8. ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจในการตรวจสอบ และพิจารณาดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ และมีอำนาจในการว่าจ้างหรือนำผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยงานตรวจสอบและดำเนินการดังกล่าว
  9. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    • ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    • ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
    • ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    • ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    • ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบ แต่ละท่าน
    • ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎบัตร (charter)
    • รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  10. ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบหากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการของบริษัท เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
    • รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    • การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    หากคณะกรรมการของบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาข้างต้น กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามวรรคหนึ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์
  11. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบรายงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัท และให้กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้จะเลือกกรรมการตรวจสอบผู้พ้นจากตำแหน่งเข้ารับตำแหน่งอีกได้ต่อเนื่องไม่เกิน 3 วาระ

2. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 3 ท่าน ดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
1. นายสมชัย อภิวัฒนพร ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
2. นายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ กรรมการบริหารความเสี่ยง
3. นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการบริหารความเสี่ยง

เลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ได้แก่ นางสาวอนงค์นาฏ วรรณมาศ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

  1. กำหนดนโยบายในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมถึงความเสี่ยงต่างๆ ในการบริหารงาน
  2. พิจารณาและอนุมัติแผนบริหารความเสี่ยง
  3. จัดให้มีคณะทำงานบริหารความเสี่ยงตามความจำเป็น โดยสนับสนุนคณะทำงานบริหารความเสี่ยงในด้านบุคลากร งบประมาณ และ ทรัพยากรอื่นที่จำเป็น ให้สอดคล้องกับขอบเขตความรับผิดชอบ
  4. ติดตามการดำเนินการบริหาร ความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มกระบวนการที่จะบ่งชี้ให้ทราบถึงความเสี่ยง รวมทั้งวิเคราะห์ ประเมินผล จัดการติดตามและรายงานอย่างเป็นระบบ
  5. ให้การสนับสนุนให้มีการแนะนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงแก่หน่วยงานภายในต่างๆ ตลอดจน ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
  6. รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างสม่ำเสมอที่เกี่ยวกับความเสี่ยงและการจัดการกับความเสี่ยงที่สำคัญ

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริหารความเสี่ยง

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริษัท และให้กรรมการบริหารความเสี่ยงมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้ จะเลือกกรรมการบริหารความเสี่ยงผู้พ้นจากตำแหน่งเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้

3. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน ดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
1. นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
2. นายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
3. นายวิรัช เสรีภาณุ กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ได้แก่ นางสาวอนงค์นาฏ วรรณมาศ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

  1. พิจารณาสรรหาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท
  2. ตรวจสอบประวัติและข้อมูลต่างๆ ของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญจากหลากหลายวิชาชีพ มีคุณสมบัติที่เหมาะสม โดยเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. จัดทำความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
  4. เสนอชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณา
  5. ปรับปรุงและแก้ไขกฎบัตรคณะกรรมการสรรหา และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ
  6. เสนอนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนสำหรับกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
  7. ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ในแต่ละปี
  8. พิจารณากำหนดวงเงินค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการบริษัท (โดยคำนึงถึงผลประกอบการของบริษัท และเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน) วงเงินค่าตอบแทนที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุม ผู้ถือหุ้น และจำนวนเงินค่าตอบแทนที่จ่ายในปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาเห็นชอบ และนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป
  9. พิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนแก่กรรมการบริษัท และกรรมการชุดย่อยต่างๆ เป็นรายบุคคลโดยคำนึงถึงอำนาจหน้าที่ และปริมาณความรับผิดชอบภายในวงเงินที่ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติ
  10. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัท มอบหมาย

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ทั้งนี้ให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริษัท และให้กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้ จะเลือกกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนผู้พ้นจากตำแหน่งเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้

4. คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการ 2 ท่าน ดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
1. นายสุระศักดิ์ เคารพธรรม ประธานกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
2. นายวิรัช เสรีภาณุ กรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เลขานุการคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้แก่ นางสาวอนงค์นาฏ วรรณมาศ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  1. กำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
  2. ให้การสนับสนุนในการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้แนวทางในการดำเนินงานและติดตามงาน
  3. พิจารณาประเมินผลการดำเนินการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้คำแนะนำเพื่อพัฒนา และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท
  4. ให้ความเห็นชอบรายงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชน
  5. แต่งตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ตามที่เห็นสมควร

วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ให้คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริษัท และให้กรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้ จะเลือกกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนผู้พ้นจากตำแหน่งเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้

5. คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริษัท จะแต่งตั้งกรรมการจำนวนหนึ่งตามที่เห็นสมควรให้เป็นคณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของบริษัท ตามที่คณะกรรมการบริษัท มอบหมาย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน ดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
1. นางไขศรี เนื่องสิกขาเพียร ประธานกรรมการบริหาร
2. นางสาวสุณี เสรีภาณุ กรรมการบริหาร
3. นายวิรัช เสรีภาณุ กรรมการบริหาร

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

  1. กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และโครงสร้างการบริหารงานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ให้สอดคล้องและเหมาะสมต่อสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน เพื่อเสนอให้กรรมการบริษัท เห็นชอบ
  2. กำหนดแผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจในการบริหารต่างๆ ของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัท เห็นชอบ
  3. ตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนธุรกิจที่ได้รับอนุมัติไว้ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  4. พิจารณาอนุมัติการเข้าทำสัญญา และ/หรือธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท (เช่น การซื้อขาย การลงทุน หรือร่วมลงทุนกับบุคคลอื่น เพื่อการทำธุรกรรมตามปกติของบริษัท และเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัท) ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000,000 (ห้าสิบล้าน) บาท หรือเทียบเท่าต่อธุรกรรม
  5. พิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงิน และการขอสินเชื่อใดๆ จากสถาบันการเงิน การให้กู้ยืม ตลอดจนการจำนำ จำนอง หรือเข้าเป็นผู้ค้ำประกันของบริษัท และบริษัทย่อย ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000,000 (ห้าสิบล้าน) บาท หรือเทียบเท่าต่อธุรกรรม
  6. พิจารณาอนุมัติการดำเนินการโครงการต่างๆของบริษัท และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ถึงความคืบหน้าของโครงการ
  7. บริหารความเสี่ยงในภาพรวมของทั้งองค์กร ประเมินความเสี่ยงและวางรูปแบบโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงขององค์กร
  8. มีอำนาจในการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นใดหนึ่งคนหรือหลายคนปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหาร หรืออาจมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีอำนาจตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร ซึ่งคณะกรรมการบริหารอาจยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขบุคคลที่ได้รับมอบหมายอำนาจหรือการมอบอำนาจนั้นๆ ได้ตามสมควร
  9. พิจารณาอนุมัติการติดต่อ ดำเนินการ และจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการในนามของบริษัท เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
  10. พิจารณาอนุมัติการปรับเงินเดือน ค่าตอบแทน เงินโบนัสประจำปี สำหรับพนักงาน เว้นแต่กรรมการบริหาร
  11. ดำเนินการอื่นๆตามที่คณะกรรมการบริษัท มอบหมาย

การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

1. กรรมการ

ตามข้อบังคับบริษัท กำหนดว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 ใน 3 ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงสามส่วนไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนที่ใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 โดยให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง และกรรมการที่ออกจากตำแหน่งมีสิทธิได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ได้

คณะกรรมการได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาสรรหา คัดเลือก และกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามข้อบังคับของบริษัท โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท ในการนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท

การแต่งตั้งกรรมการบริษัท เป็นไปตามที่ระบุในข้อบังคับบริษัท ดังนี้

  • กรรมการบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท หรือไม่ก็ได้
  • ให้บริษัทมีคณะกรรมการของบริษัท เพื่อดำเนินกิจการของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย ห้า (5) คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (1/2) ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้บริษัท ยังได้กำหนดโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ คือ คณะกรรมการบริษัท จะต้องประกอบด้วยคณะกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะด้วย

• คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจะเป็นผู้กำหนดวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยจะพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัท ภายใต้โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการตามที่คณะกรรมการบริษัท กำหนดไว้ ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งในด้าน ความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ การอุทิศเวลา รวมถึงมีคุณสมบัติครบถ้วนในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้การแต่งตั้งกรรมการของบริษัท จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี)

• กรรมการอิสระ

สำหรับการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของบริษัท บุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามนิยามกรรมการอิสระของบริษัท ซึ่งมีเกณฑ์เท่ากับข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ

คุณสมบัติกรรมการอิสระ

กรรมการอิสระจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดของบริษัท และต้องไม่น้อยกว่าสามคน และต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ บริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
  2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกันผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษา ของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท
  3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทย่อย
  4. ไม่หรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้น รายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
  5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของ สำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของ บริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
  6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้น ที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจาก การมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
  7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้น รายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
  8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อย
  9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงาน ของบริษัท
  10. มีวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระต่อเนื่องได้ไม่เกิน 9 ปี

2. ผู้บริหารระดับสูงสุด

ในการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัท กล่าวคือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการบริหารจะเป็นผู้พิจารณาเบื้องต้น ซึ่งจะสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท เข้าใจธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดี และสามารถบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้ได้ และนำเสนอต่อคณะกรรมการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาเห็นชอบ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติต่อไป

การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย

นการกำกับดูแลกิจการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม บริษัท จะส่งตัวแทนเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการและ/หรือผู้บริหารในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท โดยบุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับการเสนอชื่อและอนุมัติแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ยังต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เหมาะสมในการบริหารกิจการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมนั้นๆด้วย

นอกจากนี้ยังต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เหมาะสมในการบริหารกิจการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมให้เป็นไปตามนโยบายทางธุรกิจของบริษัท รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุม ผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น อีกทั้งผู้แทนของบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลให้บริษัทย่อยและบริษัทร่วมมีการเปิดเผยข้อมูลฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน การทำรายการระหว่างบริษัทดังกล่าวกับบุคคลที่เกี่ยวโยง การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินหรือการทำรายการสำคัญอื่นใดของบริษัทดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้อง

ผู้แทนดังกล่าวมีหน้าที่ติดตามการดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งนำเสนอผลประกอบการ รวมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินธุรกิจต่อคณะกรรมการของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อยและ/หรือบริษัทร่วม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมถึงให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลการใช้ข้อมูลภายใน อันเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้กำหนดนโยบายการป้องกันข้อมูลภายในที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ และ เป็นการป้องกันการนำข้อมูลภายใน หรือ ข้อมูลลับที่สำคัญของบริษัทที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. สำนักเลขานุการบริษัทมีหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจแก่กรรมการและผู้บริหาร เกี่ยวกับหน้าที่ในการรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 และบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้ง ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) รวมทั้งการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามมาตรา 246 และบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 298 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม)
  2. กรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการและผู้บริหาร รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่จะต้องจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือครองหลักทรัพย์และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ตามมาตรา 59 และมาตรา 246 โดยกำหนดให้แจ้งต่อเลขานุการบริษัทผู้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายได้รับทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนทำการซื้อขายทุกครั้ง และจัดส่งสำเนารายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ให้แก่บริษัทในวันเดียวกับวันที่นำส่งรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
  3. กรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน บุคคลอื่นใดที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัท บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และบุคคลอื่นที่รับรู้ข้อมูลภายใน เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางกฎหมาย เป็นต้น ต้องใช้ความระมัดระวังในการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงิน หรือ ข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมงภายหลังจากที่ข้อมูลภายในของบริษัท ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในต้องไม่เปิดเผยข้อมูลนั้นให้ผู้อื่นทราบจนกว่าจะได้มีการแจ้งข้อมูลนั้นให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
  4. ห้ามมิให้กรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน บุคคลอื่นใดที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัท บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และบุคคลอื่นที่รับรู้ข้อมูลภายใน เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางกฎหมาย เป็นต้น ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทที่มี หรือ อาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ของบริษัท หรือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงิน ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งตนได้ล่วงรู้มาในตำแหน่งหรือฐานะเช่นนั้นมาใช้เพื่อการซื้อ หรือ ขาย หรือ เสนอซื้อ หรือ เสนอขาย หรือ ชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ หรือ ขาย หรือเสนอซื้อ หรือ เสนอขาย ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น (ถ้ามี) ของบริษัท ไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บริษัท ไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือนำข้อเท็จจริงเช่นนั้นออกเปิดเผยเพื่อให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าว โดยตนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
  5. ห้ามมิให้กรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน บุคคลอื่นใดที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัท บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และบุคคลอื่นที่รับรู้ข้อมูลภายใน เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางกฎหมาย เป็นต้น เปิดเผยข้อมูลความลับทางธุรกิจของบริษัทต่อบุคคลภายนอก โดยเฉพาะคู่แข่งขัน แม้หลังพ้นสภาพการเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน บุคคลอื่นใดที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัทไปแล้ว หรือ นำไปไปใช้อ้างอิงต่อบุคคลภายนอก เพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตัว และ/หรือผู้เกี่ยวข้อง กำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปตามนโยบายการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทเท่านั้น บุคลากรทั่วไปไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล เมื่อถูกถามให้เปิดเผยข้อมูลที่ตนไม่มีหน้าที่เปิดเผย ให้แนะนำผู้ถามสอบถามกับผู้ที่ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลนั้น เพื่อให้การให้ข้อมูลถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยบริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติในการจัดการข้อมูลภายใน หรือ ข้อมูลลับที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ ไว้ดังนี้

  1. การมีระบบควบคุมภายในเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลภายใน
  2. การเก็บรักษารายชื่อบุคคลวงในที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์และยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ (“ธุรกรรมลับ”)
  3. การดำเนินการให้มั่นใจได้ว่า กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมลับ ตระหนักถึงหน้าที่ของตนในการปฏิบัติต่อข้อมูลภายใน
  4. การมีข้อตกลงในการรักษาความลับ (Confidentiality Agreement) กับที่ปรึกษาและผู้ให้บริการอื่น (รวมเรียกว่า “ที่ปรึกษา”) และให้บุคคลดังกล่าวยืนยันว่ามีนโยบายและระบบที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นก่อนที่จะให้เข้าถึงข้อมูลลับ
  5. ในกรณีที่การทำธุรกรรมลับจำเป็นต้องทดสอบความต้องการของตลาด (Market Sounding) เช่น การเพิ่มทุน การเสนอซื้อหลักทรัพย์ บริษัทควรเข้าใจกระบวนการและวางแผน และดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ และป้องกันการใช้ข้อมูลลับ

ข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ในปี 25611/

หน่วย : หุ้น

กรรมการ/ผู้บริหาร จำนวนหุ้นก่อนการได้มา
/จำหน่ายไปในปี 2561
ได้มาระหว่างปี จำหน่ายไประหว่างปี จำนวนหุ้น ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2561
1. นางไขศรี เนื่องสิกขาเพียร 2,042,200 492,300 0 2,534,500
2. นางสาวสุณี เสรีภาณุ 363,700,620 2,501,400 0 366,202,020
3. นายวิรัช เสรีภาณุ 14,800,000 0 0 14,800,000
4. นายสมชัย อภิวัฒนพร 0 0 0 0
5. นายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ 0 0 0 0
6. นายสุระศักดิ์ เคารพธรรม 0 0 0 0
7. นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ 60,000 0 50,000 10,000
8. นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี 0 0 0 0
9. นายบัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร 0 0 0 0
10. นางสาววรรัตน์ เลาหธนะกูร2/ 0 0 0 0
11. นางสาวเพียงขวัญ สีสุทธิโพธิ์ 0 3,000 0 3,000
12. นายนพดล ตั้งเด่นชัย 0 10,000 0 10,000
13. นายเศกศรรค์ เศิกศิริ3/ 0 0 0 0

หมายเหตุ:

1/ จำนวนหุ้นสามัญของกรรมการและผู้บริหารที่ปรากฏในตาราง นับรวมจำนวนหุ้นของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว
2/ นางสาววรรัตน์ เลาหธนะกูร พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561
3/ นายเศกสรรค์ เศิกศิริ ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561

ส่วนของค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 มีมติอนุมัติแต่งตั้ง บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด โดยนางสาวรุ้งนภา เลิศสุวรรณกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 3516 และ/หรือ นางสาวพิมพ์ใจ มานิตขจรกิจ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 4521 และ/หรือ นางสาวรสพร เดชอาคม ผู้สอบบัญชีอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 5659 และ/หรือ นางสาวสุมนา พันธ์พงษ์สานนท์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 5872 และ/หรือ นางสาวอรวรรณ เตชวัฒนศิริกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 4807 เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในปี 2561 โดยบริษัทได้จ่ายค่าสอบบัญชีในส่วนของบริษัท เป็นจำนวนเงิน 0.88 ล้านบาท ค่าสอบบัญชีของบริษัทย่อย เป็นจำนวนเงิน 1.52 ล้านบาท และค่าสอบบัญชีของบริษัทร่วมค้า เป็นจำนวนเงิน 0.14 ล้านบาท รวมทั้ง มีค่าตอบแทนสำหรับงานบริการอื่น คือ ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมสำหรับบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง จำนวนเงิน 0.16 ล้านบาท

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ

ในปีที่ผ่านมาบริษัท ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยได้ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท อย่างเคร่งครัด และได้ดำเนินการในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอย่างต่อเนื่องเสมอมา

ดาวน์โหลด นโยบายการกำกับดูแลกิจการ