MC Banner
นักลงทุนสัมพันธ์
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
 

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยการมีคณะกรรมการและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ในการกำกับกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัท มีการบริหารงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เคารพในสิทธิและความเท่าเทียมของผู้ถือหุ้น และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันได้และมีผลประกอบการที่ดีในระยะยาวอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทจึงประกาศใช้นโยบายปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practices for Directors of Listed Company) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้การกำหนดบทบัญญัติต่างๆ จะยึดถือแนวทางให้ปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้บริษัทได้นำ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code for listed companies 2017) ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด มาใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนานโยบายที่ครอบคลุมถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โดยแบ่งเป็น แปด (8) หมวดได้ ดังนี้

หมวดที่ 1: สิทธิของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมทั้งจะส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ได้แก่ การซื้อขายหรือการโอนหุ้น การมีส่วนแบ่งในกำไรของบริษัท การได้รับข่าวสารข้อมูลบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุม เพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้า อย่างน้อย เจ็ด (7) วัน (หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด) โดยหนังสือเชิญประชุมจะมีรายละเอียดระเบียบวาระการประชุม เอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ พร้อมความเห็นของคณะกรรมการบริษัท หนังสือมอบฉันทะตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด รายชื่อของกรรมการอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ แผนที่แสดงสถานที่ประชุม และรายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุมด้วย เพื่อรักษาสิทธิในการเข้าประชุมและการลงคะแนนเสียง และเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นยังสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบวาระการประชุมของบริษัทแต่ละครั้งได้ทางเว็บไซต์ของบริษัท [www.mcgroupnet.com]
  • บริษัทเปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมีสิทธินำเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้า และ/หรือเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ รวมทั้งเสนอคำถามล่วงหน้า สำหรับการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นประจำปี ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
  • บริษัทจัดให้มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่ และละเว้นการกระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นทุกประเภท
  • กรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะ ให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้
  • ในการประชุมผู้ถือหุ้นแต่ละครั้ง ประธานที่ประชุมจะชี้แจงเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม รวมถึงขั้นตอนการออกเสียงลงมติ และจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ
  • ในระหว่างการประชุม ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ในการซักถามแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อตอบคำถามในที่ประชุม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้ถือหุ้นเพื่อที่จะนำไปพิจารณา หรือดำเนินการตามสมควรต่อไป และเมื่อการประชุมแล้วเสร็จ บริษัทจะจัดทำรายงานการประชุมอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ภายใน สิบสี่ (14) วันนับจากวันประชุม แล้วนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด และเผยแพร่รายงานการประชุมทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้
หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทจะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นต่างชาติ และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย โดยมีหลักการดังนี้

  • บริษัทมีนโยบายและมีการปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาและโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้น โดยมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่มีสาระสำคัญอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงจัดให้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สอบถามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ผ่านเว็บไซต์บริษัท หรือการเปิดเผยข้อมูลบริษัทไปยังตลาดหลักทรัพย์อย่างครบถ้วน เป็นต้น
  • บริษัทมีนโยบายและวิธีการดูแลกรรมการและผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทจัดทำหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปีได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัท ล่วงหน้าก่อนวันประชุม สามสิบ (30) วัน และจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม ยี่สิบเอ็ด (21) วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับ เอกสารล่วงหน้าก่อนวันประชุมและมีเวลาศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุมอย่างเพียงพอ
  • ในหนังสือเชิญประชุม บริษัทมีการระบุข้อเท็จจริงและเหตุผล และความเห็นของคณะกรรมการบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วนและเพียงพอ โดยวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย
    1. ในวาระแต่งตั้งกรรมการ ได้ระบุชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้ง จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยแยกเป็นหัวข้อบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมา และวันที่ เดือนและปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัท
    2. วาระการพิจารณาค่าตอบแทน มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย จำนวนเงินและรูปแบบค่าตอบแทนแยกตามตำแหน่งและภาระหน้าที่ของกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาค่าตอบแทน โดยให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด
    3. วาระการการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี ความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี การพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี โดยแสดงค่าสอบบัญชีแยกจากค่าบริการอื่น
    4. วาระการจ่ายเงินปันผล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการจ่ายเงินปันผล จำนวนเงินที่ขออนุมัติ เปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่จ่ายในปีก่อน
  • ไม่มีการแจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน รวมทั้งไม่เพิ่มวาระการประชุม หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
  • อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยการจัดส่งหนังสือมอบฉันทะทุก แบบตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ พร้อมรายละเอียด วิธีการมอบฉันทะในการประชุมผู้ถือหุ้นไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ ของบริษัท ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะได้จากเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ ได้เปิดเผย รายชื่อพร้อมประวัติของกรรมการอิสระให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกเป็นผู้รับมอบฉันทะไว้ด้วย

วันประชุมผู้ถือหุ้น

  • กำหนดให้มีระยะเวลาการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม สอง (2) ชั่วโมง โดยได้นำระบบคอมพิวเตอร์ และบาร์โค้ดมาใช้ในการลงทะเบียนและตรวจนับคะแนน เพื่อความถูกต้อง รวดเร็ว และเชื่อถือได้ของ ข้อมูลโดยผู้ถือหุ้นสถาบันสามารถส่งหนังสือมอบฉันทะมาลงทะเบียนได้ก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันมิให้เริ่ม ประชุมผู้ถือหุ้นล่าช้าอันเกิดมาจากการลงทะเบียนเข้าประชุมล่าช้า
  • กำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่ง เสียง
  • ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้ชี้แจงวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนให้ผู้ถือหุ้นในที่ประชุมรับทราบ
  • บริษัทใช้บัตรลงคะแนนมาในการลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยจัดทำบัตรลงคะแนนแยกตามวาระแต่ละ วาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร โดยเฉพาะในวาระเลือกตั้งกรรมการ ได้ให้มี การเลือกกรรมการรายบุคคล และเก็บบัตรลงคะแนนทุกประเภทสำหรับวาระเลือกตั้งกรรมการ (ทั้งกรณี เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง)
  • ในการสรุปผลการนับคะแนนเสียงแต่ละวาระ จะมีการแสดงผลคะแนนให้ผู้ถือหุ้นในที่ประชุมรับทราบทุก วาระตามลำดับ
  • ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องและโปร่งใส ตามข้อกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท และมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่แจ้ง ให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อน การตัดสินใจ

หลังการประชุมผู้ถือหุ้น

  • นำส่งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันประชุม ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมรับทราบในทันที
  • จัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและนำส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน สิบสี่ (14) วันนับจากวันประชุมตามกำหนด และได้เผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทางเว็บไซต์ของบริษัทพร้อมกันด้วย
หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยได้จัดทำคู่มือจริยธรรมธุรกิจ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้รับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

บริษัทมีนโยบายในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มที่สำคัญ ดังนี้

ผู้ถือหุ้น

บริษัทมุ่งมั่นจะดำเนินธุรกิจของบริษัทให้มีผลประกอบการที่ดีและมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและมั่นคง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาวด้วยผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน รวมทั้งเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลอย่างเท่าเทียม โปร่งใส เชื่อถือได้ต่อผู้ถือหุ้น

พนักงาน

พนักงานเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดและเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของบริษัท บริษัทจึงได้มุ่งพัฒนาเสริมสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงานที่ดี รวมทั้งส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพและให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชน การว่าจ้าง แต่งตั้งและโยกย้ายพนักงาน จะพิจารณาบนพื้นฐานของคุณธรรม และการใช้ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท

บริษัทมีนโยบายและมีการบริหารจัดการค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ มากกว่าที่กฎหมายกำหนด มุ่งเน้นให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทและผลการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงาน และบริษัทมีความรับผิดชอบในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีหลักการพัฒนาบุคลากร เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถของพนักงานทุกระดับ

บริษัทเคารพในความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ไม่นำข้อมูลส่วนตัว เช่น เงินเดือน ประวัติการรักษาพยาบาล ครอบครัว ไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องตามบทบังคับของกฎหมาย

ลูกค้า

บริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า ตลอดจนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ ความสำเร็จของธุรกิจบริษัท โดยปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความจริงใจและสุภาพอ่อนน้อม และมีเจตจำนงที่จะแสวงหาวิธีการที่จะสนองความต้องการของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดเป็นนโยบายและข้อปฏิบัติไว้อย่างจัดเจนในจริยธรรมธุรกิจ เช่น การผลิตและส่งมอบสินค้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงตามข้อตกลงกับลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม ให้ข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันเหตุการณ์ มีระบบการจัดการเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัย มีมาตรการรักษาความลับของลูกค้าและไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ มีระบบ/กระบวนการ ที่ให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ เป็นต้น

คู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้ หรือ ลูกหนี้

บริษัทมีนโยบายที่จะให้การปฏิบัติต่อคู่ค้า รวมถึงเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง รวมทั้งยึดมั่นในข้อสัญญาและถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้เป็นสำคัญ ในการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และการดูแลหลักประกันต่างๆ

การดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าใดๆ ต้องไม่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท หรือขัดต่อกฎหมายใดๆ คำนึงถึงความเสมอภาคในการดำเนินธุรกิจและผลประโยชน์ร่วมกันกับคู่ค้า การคัดเลือกคู่ค้าต้องทำอย่างยุติธรรม ทั้งนี้บริษัท ถือว่าคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการร่วมสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า

คู่แข่งทางการค้า

บริษัทมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมถึงการกำหนดแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับ หรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่แข่งทางการค้า ด้วยวิธีฉ้อฉล ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อจริยธรรม

สังคมส่วนรวม

บริษัทในฐานะเป็นบริษัทไทย ตระหนักและมีจิตสำนึกในบุญคุณของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งต้องรับผิดชอบช่วยเหลือสังคม สนับสนุนกิจกรรมของท้องถิ่นที่บริษัทมีการดำเนินธุรกิจ

ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานของบริษัท บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และพยายามยกระดับการปฏิบัติให้มีมาตรฐานสูงกว่ากฎหมายกำหนด ตลอดจนดูแลป้องกันมิให้การดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคม ทั้งในส่วนของ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมด้านการศึกษา การประหยัดพลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญให้เป็นประโยชน์และสร้างอาชีพให้สังคม เช่น โครงการฝึกสอนการเย็บผ้า เป็นต้น

บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยมีการกำหนดนโยบายการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทและมีการตรวจสอบการใช้โปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการทำงานของพนักงานอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการใช้โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการละเมิด หรือ ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากผู้อื่นด้วยเช่นกัน

อีกทั้ง บริษัทมีนโยบายผลิตสินค้าและให้บริการใดๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกิจกรรมการดูแลรักษาธรรมชาติและอนุรักษ์พลังงาน และมีนโยบายที่จะคัดเลือกและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถดูรายละเอียดการดำเนินงานได้ในหัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการประกาศใช้นโยบายรับเรื่องร้องเรียน เพื่อให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สามารถสอบถามรายละเอียด แจ้งข้อร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทางกฎหมาย ความถูกต้องของรายงานทางการเงิน การถูกละเมิดสิทธิ ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการผิดจริยธรรมธุรกิจของบริษัทผ่านกรรมการตรวจสอบของบริษัทได้ ทั้งนี้ ข้อมูลการร้องเรียน หรือ แจ้งเบาะแส และข้อมูลของผู้ร้องเรียน จะได้รับการคุ้มครองและเก็บไว้เป็นความลับตามมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน โดยกรรมการตรวจสอบจะดำเนินการสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปรายละเอียดของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข (ถ้ามี) และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ แก้ไขเยียวยา หรือดำเนินการอื่นใดต่อไป โดยช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน มีดังนี้

•ร้องเรียนโดยตรงเป็นลายลักษณ์อักษร
  1. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ
  2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ
  3. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารทุนมนุษย์และพัฒนาองค์กร หรือ
  4. ผู้จัดการแผนกตรวจสอบภายใน หรือ
  5. เลขานุการบริษัท
    บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 448,450 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
    โทรศัพท์ 02-117-9999 โทรสาร 02-117-9998
•จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  1. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ auditcommittee@mcgroupnet.com
  2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร sunee.s@mcgroupnet.com
  3. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารทุนมนุษย์และพัฒนาองค์กร vorarat.l@mcgroupnet.com
  4. ผู้จัดการแผนกตรวจสอบภายใน pinn.p@mcgroupnet.com
  5. เลขานุการบริษัท corpsecretary@mcgroupnet.com
•จดหมายทางไปรษณีย์
  1. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ
  2. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ
  3. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารทุนมนุษย์และพัฒนาองค์กร หรือ
  4. ผู้จัดการแผนกตรวจสอบภายใน หรือ
  5. เลขานุการบริษัท
    บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 448,450 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
    โทรศัพท์ 02-117-9999 โทรสาร 02-117-9998
หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ตรงเวลา และได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งรายงานทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์และมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ [www.mcgroupnet.com]

คณะกรรมการตระหนักถึงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินรวมของบริษัท ตลอดจนสารสนเทศที่เสนอต่อผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี ดูแลคุณภาพของรายงานทางการเงินรวมทั้งงบการเงินรวมของบริษัท ให้มีการจัดทำงบตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีที่เชื่อถือได้และมีความอิสระดูแลให้บริษัทเลือกใช้นโยบายบัญชีอย่างเหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จัดการดูแลให้รายงานทางการเงินรวมของบริษัท มีความถูกต้อง ครบถ้วนเป็นจริง และมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพียงพอครบถ้วนและเชื่อถือได้

นอกจากนี้คณะกรรมการได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่ในการสอบทานรายงานทางการเงิน ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วนและเชื่อถือได้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใสและทันเวลาตามข้อกำหนดของการเป็นบริษัทจดทะเบียน สอบทานระบบควบคุมภายในเพื่อให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพิจารณาปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบก็ยังมีการสอบทานพิจารณารายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ถึงความเหมาะสมและสมเหตุสมผล ก่อนที่จะนำเสนอให้กับทางคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติต่อไป

บริษัทได้จัดทำคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (Management Discussion and Analysis หรือ MD&A) เพื่อประกอบการเปิดเผยงบการเงินทุกไตรมาส เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละไตรมาสได้ดียิ่งขึ้นนอกเหนือจากข้อมูลตัวเลขในงบการเงินเพียงอย่างเดียว

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ บริษัทได้กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ56-1) และบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการแต่ละท่าน ตลอดจนบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการ บริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ในรายงานประจำปี (แบบ 56-2)

ในส่วนของการเปิดเผยข้อมูลและผู้มีอำนาจในการเปิดเผยข้อมูล บริษัทให้ความสำคัญโดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. การเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ
    กำหนดให้มีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อทำหน้าที่สื่อสารกับบุคคลภายนอกและจัดการกับสาระสำคัญของข้อมูลของบริษัทให้แก่ผู้ที่ต้องการ เช่น ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ และผู้ลงทุนทั่วไป รวมถึงรายงานการปฏิบัติงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทราบเป็นรายไตรมาส อย่างไรก็ดี การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการของบริษัท แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการที่จะงดการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้การดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสและเท่าเทียมหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่ไม่เท่าเทียมกันซึ่งอาจจะนำไปสู่การใช้ข้อมูลภายในหรือการสร้างราคาหลักทรัพย์ บริษัทได้กำหนดให้มีระยะเวลางดให้ข้อมูล (Quiet Period) เป็นเวลา สิบห้า (15) วันก่อนวันประกาศผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ประกาศผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประกาศระยะเวลางดให้ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทภายใต้หัวข้อปฏิทินนักลงทุน (IR Calendar)
  2. การให้ข้อมูลข่าวสารทั่วไปสำหรับการบริหารองค์กรกับสื่อสารมวลชน ให้เป็นไปตามนโยบายหลักการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท
  3. กำหนดบุคคลผู้ประสานงาน (Contact Person) กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
    • บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนดให้สำนักเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงาน
    • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ สำนักเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงาน
หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารของบริษัท อาทิ นโยบาย วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป้าหมาย ภารกิจ แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้คณะผู้บริหาร บริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้กรอบของกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมคณะกรรมการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตระมัดระวัง ตามหลักการข้อพึงปฏิบัติที่ดี เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่กิจการ และความมั่นคงสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการจำนวน แปด (8) ท่าน และเป็นกรรมการอิสระจำนวน สี่ (4) ท่าน คิดเป็นสัดส่วนกรรมการอิสระเกินกว่า หนึ่งในสาม (1/3) ของคณะกรรมการทั้งหมด โดยกรรมการอิสระเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และประกาศตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้องและสามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นประโยชน์กับบริษัทอย่างเต็มที่

คณะกรรมการบริษัท มีวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับของบริษัท ที่กำหนดไว้ว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนกรรมการ หากจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม (1/3)

ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามอย่างทั่วถึงในทุกมิติ และสอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท บริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อกำกับดูในเรื่องต่างๆ ตลอดจนแต่งตั้งเลขานุการบริษัทขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อช่วยให้บริษัทและคณะกรรมการของบริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นตัวกลางที่คอยประสานงานกับบุคคลทั้งภายในและภายนอกบริษัท โดยบริษัทมีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท ซึ่งได้เปิดเผยไว้แล้วในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ

นอกจากนี้กรรมการบริษัท ไม่ควรดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เกินกว่า ห้า (5) บริษัท ในกรณีที่กรรมการคนใดคนหนึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เกินกว่า ห้า (5) บริษัท คณะกรรมการจะพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการท่านดังกล่าว

บริษัท ได้มีการแต่งตั้งเลขานุการบริษัทขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535เพื่อช่วยให้บริษัท และคณะกรรมการของบริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นตัวกลางที่คอยประสานงานกับบุคคลทั้งภายในและภายนอกบริษัท โดยบริษัท มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัทไว้เช่นเดียวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการชุดต่างๆ

2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กำกับดูแลกิจการและภารกิจของบริษัท ให้เป็นไปตามที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติและตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท จะต้องใช้วิจารณญาณและความรอบคอบในการตัดสินใจทางธุรกิจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท

บริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ภายหลังจากที่หุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว บริษัทจะถือปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศกำหนด โดยจะเปิดเผยรายงานการกำกับดูแลกิจการไว้ในรายงานประจำปีและแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)

  • นโยบายกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ กล่าวคือ เนื่องจากการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของกรรมการโดยตรง กรรมการจึงไม่ควรอนุมัติค่าตอบแทนของตนเอง คณะกรรมการจะจัดให้มีกระบวนการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนที่โปร่งใสและได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้คณะกรรมการจะพิจารณาให้โครงสร้างและอัตราค่าตอบแทนมีความเหมาะสมกับความรับผิดชอบและจูงใดให้คณะกรรมการนำพาองค์กรให้ดำเนินงานตามเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • นโยบายกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำบริษัท (CEO หรือเทียบเท่า) กล่าวคือ คณะกรรมการจะกำกับดูแลให้มีการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนและการประเมินผลที่เหมาะสม ซึ่งการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นเครื่องจูงใจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง หรือเทียบเท่า ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กรและสอดคล้องกับผลประโยชน์ของกิจการในระยะยาว ทั้งนี้การประเมินผลงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า) ต้องพิจารณาอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้
    1. เห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินผลงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยเกณฑ์การประเมินผลงานควรจูงใจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า) บริหารกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก กลยุทธ์ และสอดคล้องกับผลประโยชน์ของกิจการในระยะยาว โดยสื่อสารให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า) ทราบเกณฑ์การประเมินเป็นการล่วงหน้า
    2. ประเมินผลงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า) เป็นประจำทุกปี หรืออาจมอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้ประเมินและประธานกรรมการหรือกรรมการอาวุโสควรเป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณา รวมทั้งประเด็นเพื่อการพัฒนาให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า)ทราบ
    3. อนุมัติค่าตอบแทนประจำปีของกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า) และควรพิจารณาผลประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO หรือเทียบเท่า) และปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย
  • นโยบายความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริษัทจากฝ่ายจัดการ โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะทำความเข้าใจขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ ตลอดจนกำหนดขอบเขตการมอบหมายหน้าที่ของฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน ตลอดจนติดตามดูแลฝ่ายจัดการให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

จริยธรรมธุรกิจ

บริษัทมีนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมสูงสุด การรักษาความลับของบริษัทการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน การดูแลทรัพย์สินของบริษัท และสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งคณะกรรมการตลอดจนผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้ให้ความสำคัญและมีหน้าที่ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วยการกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารทุกท่านต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียและนำส่งไว้ให้เลขานุการบริษัท โดยในการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะต้องพิจารณาบนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ

หากมีรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นที่เป็นข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้อง

รายงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน และนำเสนอรายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี โดยการจัดทำงบการเงินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และมีการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

3. การประชุมคณะกรรมการ

ข้อบังคับของบริษัท กำหนดให้คณะกรรมการต้องมีการประชุมอย่างน้อย สาม (3) เดือนต่อครั้ง และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น และมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่กรรมการเพื่อพิจารณาก่อนการประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า เจ็ด (7) วัน ก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท ซึ่งในการประชุมทุกคราวจะมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน มีเอกสารประกอบการประชุมที่ครบถ้วนเพียงพอ โดยจัดส่งให้กับคณะกรรมการล่วงหน้า เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการทุกคนสามารถอภิปรายและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท จะมีการเชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องโดยตรง

บริษัทมีความมุ่งมั่นให้คณะกรรมการบริษัทได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ครบถ้วน ต่อเนื่อง และทันเวลาก่อนการประชุมทุกครั้ง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทสามารถติดต่อเลขานุการบริษัทได้โดยตรงอย่างอิสระ เลขานุการบริษัทมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ

4. การพัฒนากรรมการและผู้บริหารของบริษัท

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

    บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองของกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ หนึ่ง (1) ครั้ง เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพ ผลงานและปัญหาในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยมีกระบวนการดังนี้

    1. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนทบทวนแบบประเมินผล ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับกำหนด
    2. เลขานุการบริษัท สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
    3. เลขานุการบริษัท รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการ และดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    โดยวัตถุประสงค์การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัท จะมุ่งเน้นให้การประเมินผลสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งแบ่งได้เป็น สอง (2) รูปแบบ ได้แก่ การประเมินภาพรวมของคณะกรรมการทั้งคณะ และ การประเมินผลงานคณะกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเอง)

    ซึ่งมีหลักเกณฑ์การประเมินภาพรวมของคณะกรรมการทั้งคณะ และการประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเอง) โดยแบ่งหัวข้อการประเมิน เจ็ด (7) ด้าน ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ความสัมพันธ์ของคณะกรรมการกับฝ่ายบริหาร การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

    คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีอำนาจแจ้งให้ฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุม ชี้แจง หรือจัดทำรายงานเสนอเพื่อให้คำแนะนำการดำเนินการที่ได้รับมอบหมายได้ตามที่เห็นควร อนึ่ง บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริหาร เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD โดยได้กำหนดให้มีการประเมินปีละ หนึ่ง (1) ครั้ง เป็นการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อยรายบุคคล (ประเมินตนเอง) เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด ซึ่งมีกระบวนการดังนี้

    1. คณะกรรมการชุดย่อยจัดทำแบบประเมินผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการชุดย่อย
    2. เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย สรุปและรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    3. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท รายงานผลการประเมินของของคณะกรรมการชุดย่อย ต่อคณะกรรมการบริษัท

    ทั้งนี้บริษัทได้สรุปผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัท และผลการประเมินของคณะกรรมการชุดย่อยให้คณะกรรมการทุกท่านรับทราบ เพื่อใช้เป็นกรอบในการพิจารณาทบทวนการปฏิบัติงานในหน้าที่ ปัญหา อุปสรรคต่างๆ และนำผลประเมินมาวิเคราะห์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ตลอดจนนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานต่อไป

  • การอบรมของกรรมการ

    บริษัทส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เป็นต้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจถึงหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี กฎเกณฑ์ กฎระเบียบ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท ในการบริหารงาน ให้มีประสิทธิภาพและจรรยาบรรณ โดยเข้าร่วมอบรม/สัมมนาหลักสูตรต่างๆของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และหลักสูตรอบรมที่จัดโดยสถาบันต่างๆที่เกี่ยวข้อง

    เพื่อประโยชน์ในการรับรู้ข่าวสารและเพิ่มเติมความรู้ ทุกครั้งที่บริษัทได้รับเอกสารแจ้งการอบรมหรือเอกสารประกอบการอบรมที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริษัท บริษัทจะนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่กรรมการเพื่อศึกษาและพิจารณาเข้าร่วมต่อไป

  • การปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่

    ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่ เลขานุการบริษัทจะจัดให้มีการปฐมนิเทศ และมอบหมายเอกสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ เพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับทราบแผนธุรกิจของบริษัท ผลิตภัณฑ์และบริการ ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น โครงสร้างองค์กร และประเด็นกฎหมายสำคัญที่ควรทราบสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทจดทะเบียน โดยในเบื้องต้นได้นำส่งเอกสารที่สำคัญ ดังนี้

    1. ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
    2. คู่มือจริยธรรมธุรกิจ
    3. โครงสร้างองค์กร และรายชื่อผู้บริหาร
    4. โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มธุรกิจ
    5. ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น หนังสือรับรอง และข้อบังคับ
    6. แผนธุรกิจของบริษัท
    7. ภาพรวมการบริหารความเสี่ยง
    8. การประกันภัย D&O (Directors & Officers Liability Insurance)

    นอกจากการนำส่งเอกสารดังกล่าวแล้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัทได้นำเสนอข้อมูลดังนี้

    1. ภาพรวมการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย Company Overview และ Company Strategies
    2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัทจดทะเบียน
    3. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
    4. คณะกรรมการชุดย่อย

5. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ

  • กรรมการ

    ตามข้อบังคับบริษัท กำหนดว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งหนึ่งในสาม (1/3) ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงสามส่วนไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนที่ใกล้ที่สุดกับส่วน หนึ่งในสาม (1/3) โดยให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง และกรรมการที่ออกจากตำแหน่งมีสิทธิได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ได้

    คณะกรรมการได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาสรรหา คัดเลือก และกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามข้อบังคับของบริษัท โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท ในการนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท

    การแต่งตั้งกรรมการบริษัท เป็นไปตามที่ระบุในข้อบังคับบริษัท ดังนี้

    • กรรมการบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทหรือไม่ก็ได้
    • ให้บริษัทมีคณะกรรมการของบริษัท เพื่อดำเนินกิจการของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อยห้า (5) คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (1/2) ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

    นอกจากนี้บริษัท ยังได้กำหนดโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ คือ คณะกรรมการบริษัท จะต้องประกอบด้วยคณะกรรมการอิสระอย่างน้อย หนึ่งในสาม (1/3) ของกรรมการทั้งคณะด้วย

  • คณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจะเป็นผู้กำหนดวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยจะพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัท ภายใต้โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการตามที่คณะกรรมการบริษัท กำหนดไว้ ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งในด้านทักษะ วิชาชีพ ความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพศ การอุทิศเวลา รวมถึงมีคุณสมบัติครบถ้วนในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้การแต่งตั้งกรรมการของบริษัท จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี)

    นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญถึงการแสดงข้อมูลการวิเคราะห์ทักษะที่มีอยู่ของคณะกรรมการบริษัทชุดปัจจุบัน และทักษะที่จำเป็นในการสรรหากรรมการอีกด้วย

  • กรรมการอิสระ

    สำหรับการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของบริษัท บุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามนิยามกรรมการอิสระของบริษัท ซึ่งมีเกณฑ์เท่ากับข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ

    คุณสมบัติกรรมการอิสระ

    กรรมการอิสระจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม (1/3) ของจำนวนกรรมการทั้งหมดของบริษัท และต้องไม่น้อยกว่าสาม (3) คน และต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละหนึ่ง (1) ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
    2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ที่ได้เงินเดือนประจำ หรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกันผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสอง (2) ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท
    3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทย่อย
    4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสอง (2) ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
    5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของ บริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสอง (2) ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
    6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาท (2,000,000) ต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสอง (2) ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
    7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่ง (1) ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อย
    9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท
    10. มีวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระต่อเนื่องได้ไม่เกิน เก้า (9) ปี
หมวดที่ 6: นโยบายการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานะการเงินที่มั่นคง และสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่เหมาะสม ดังนั้นบริษัท จึงเห็นควรให้นำระบบการบริหารความเสี่ยงมาปฏิบัติโดยมีกรอบการดำเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจหลักการบริหารความเสี่ยงและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

  1. กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานทุกคนที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและองค์กรโดยรวม และต้องให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ อย่างเพียงพอและเหมาะสม
  2. กำหนดให้ทุกหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินความเสี่ยง กำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง แนวทางป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง รวมถึงติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจัดทำรายงานที่เกี่ยวกับความเสี่ยงตามกรอบการดำเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง
  3. กำหนดให้กระบวนการบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการวางแผนกลยุทธ์ และการดำเนินงานของบริษัท
  4. เมื่อพนักงานพบเห็นหรือรับทราบความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท จะต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลตามนโยบายรับเรื่องร้องเรียน และตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชั่นของบริษัท
  5. มุ่งส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการและแนวทางการบริหารความเสี่ยงแก่ผู้บริหารและพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการปลูกฝังให้บุคลากรทุกระดับได้ตระหนักถึงความสำคัญและความมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการด้านบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีมติให้จัดตั้ง คณะทำงานบริหารความเสี่ยง เพื่อทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อองค์กร ทั้งความเสี่ยงจากภายนอกและภายในองค์กร โดยครอบคลุมความเสี่ยง สี่ (4) ประการ ดังนี้

  1. ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ (Strategic Risk)
  2. ความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk)
  3. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operation Risk)
  4. ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ภายนอก (Compliance Risk)

คณะทำงานบริหารความเสี่ยง ต้องกำหนดกลยุทธ์ ที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง ให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจของบริษัท โดยต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหาร

หมวดที่ 7: การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัท เป็นไปตามเป้าหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้จัดให้มีกลไกการตรวจสอบ และถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ ในการปกป้อง รักษา และดูแลเงินทุนของผู้ถือหุ้น และสินทรัพย์ของบริษัท กำหนดลำดับชั้นของการอนุมัติ และความรับผิดชอบของผู้บริหาร และพนักงาน กำหนดระเบียบการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมีฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม และเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดไว้ รวมทั้ง คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงาน และบริหารงานของบริษัท เพื่อให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ระบบรายงานทางการเงินที่น่าเชื่อถือโดยฝ่ายตรวจสอบภายในซึ่งจะต้องรายงานผลการตรวจสอบตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ และทบทวนระบบการควบคุมภายในของบริษัท

หมวดที่ 8: การดูแลให้มีการปฏิบัติตามและการทบทวน

คณะกรรมการบริษัทจะดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่ดีของคู่มือ นโยบายหลักการกำกับดูแลกิจการ อย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพการกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับองค์กร ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยจะกำหนดให้มีการทบทวนคู่มือ “นโยบายหลักการกำกับดูแลกิจการ” เป็นประจำทุกปี

ดาวน์โหลด PDF